
โปรแกรมเที่ยวผู้สูงอายุ แนะนำประเทศน่าไป เที่ยวชิล เดินไม่เยอะ
การพาคุณพ่อคุณแม่หรือผู้ใหญ่ในบ้านไปเที่ยวต่างประเทศ เป็นช่วงเวลาที่หลายครอบครัวตั้งตารอคอย แต่ก่อนจะเริ่มวางแผน หลายคนมักตั้งคำถามกับตัวเองว่า พาผู้สูงอายุเที่ยวประเทศไหนดี และโปรแกรมเที่ยวแบบไหนถึงจะทำให้ท่านเที่ยวสบาย ไม่เหนื่อยจนหมดสนุก เพราะการเดินทางของผู้สูงวัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ภาพวิวสวยของเมืองปลายทาง สิ่งสำคัญคือระยะเวลาบิน สภาพทางเดิน ความสะดวกของระบบขนส่ง และจังหวะเวลาพักผ่อนที่พอเหมาะ บทความนี้สรุปพิกัดประเทศน่าไปที่เดินทางง่าย พร้อมแนวทางจัดโปรแกรมให้เหมาะกับข้อจำกัดและจังหวะพักของผู้เดินทาง
พาผู้สูงอายุเที่ยวประเทศไหนดี แนะนำพิกัดบินสั้น
เมื่อต้องเลือกจุดหมายปลายทางสำหรับผู้สูงอายุ ปัจจัยเรื่องระยะเวลาบนเครื่องบินและสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่คือสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม การเลือกประเทศที่บินไม่นานเกินไปและมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับการเคลื่อนไหว อาจช่วยลดภาระจากการเดินทาง ทั้งนี้ หากเลือกประเทศที่ใช้เวลาบินมากขึ้นอย่างญี่ปุ่น ก็ควรมีระบบขนส่งที่รองรับได้ดี อาจช่วยลดภาระจากการเดินทาง

ญี่ปุ่น มีข้อมูลการเดินทางแบบเข้าถึงได้ และเช็คสถานีล่วงหน้าได้
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีการพัฒนาระบบสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างต่อเนื่อง โดยองค์การการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) ได้อธิบายแนวคิดเรื่องการท่องเที่ยวที่เข้าถึงได้ว่าครอบคลุมทั้งวัยเกษียณ ผู้ที่นั่งวีลแชร์ และครอบครัวที่ต้องดูแลสมาชิกอย่างใกล้ชิด เมืองใหญ่อย่างโตเกียวมีระบบขนส่งที่เอื้อต่อการเดินทางอย่างมาก ตัวอย่างเช่น รถไฟใต้ดิน Tokyo Metro ทั้ง 180 สถานี มีการจัดเส้นทางสัญจรที่เชื่อมต่อระหว่างระดับพื้นดิน ประตูตรวจตั๋ว และชานชาลา ด้วยลิฟต์ ทางลาด หรืออุปกรณ์ยกระดับ ทำให้สามารถเช็คความพร้อมของสถานีล่วงหน้าได้อย่างสะดวก
ด้านสภาพอากาศ ข้อมูลสถิติของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ช่วงปี 1991 - 2020 ระบุว่ากรุงโตเกียวในเดือนเมษายนมีอุณหภูมิเฉลี่ย 14.3°C สูงสุดเฉลี่ย 19.4°C และเดือนตุลาคมมีอุณหภูมิเฉลี่ย 18.0°C สูงสุดเฉลี่ย 22.0°C ซึ่งสำหรับคนไทยแล้ว อากาศช่วงนี้จะให้ความรู้สึกเย็นสบาย เหมาะแก่การเดินรับลมชมวิว แต่ในช่วงเช้าและค่ำอากาศจะค่อนข้างเย็น จึงควรเตรียมเสื้อแจ็กเก็ตหรือผ้าพันคอติดตัวไว้ให้ผู้ใหญ่เสมอ แต่การเข้าถึงแต่ละสถานที่อาจไม่เท่ากัน จึงควรเช็คเส้นทางและสิ่งอำนวยความสะดวกล่วงหน้า
ไต้หวัน บินใกล้ อาหารทานง่าย เที่ยวชิลแบบไม่เร่งรีบ
ไต้หวันเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับครอบครัว เที่ยวบินตรงจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (BKK) ไปยังท่าอากาศยานเถาหยวน (TPE) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม. 40 นาที ถึง 3 ชม. 55 นาที ซึ่งควรประเมินความเหมาะสมตามสุขภาพของผู้เดินทางแต่ละบุคคล
นอกจากนี้ สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวันยังได้จัดทำข้อมูลเส้นทางท่องเที่ยวแบบเข้าถึงได้ เพื่อให้ข้อมูลสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงวัยและผู้ที่ต้องใช้วีลแชร์อย่างเป็นระบบ ส่วนเรื่องอาหารการกิน ลองสอบถามร้านอาหารหรือผู้จัดทริปให้ช่วยเลือกเมนูต้ม ซุป หรืออาหารที่เคี้ยวง่าย เพื่อให้เหมาะกับสุขภาพของผู้เดินทางแต่ละคน
ผู้ที่สนใจวางแผนการเดินทาง สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ ข้อมูลหมวดการท่องเที่ยวแบบเข้าถึงได้ของสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน
สิงคโปร์ บินใกล้ ระบบขนส่งสาธารณะรองรับวีลแชร์
เที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปสิงคโปร์ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. 20 นาที ถึง 2 ชม. 35 นาที กระทรวงคมนาคมสิงคโปร์ระบุว่ารถบัสและรถไฟสาธารณะทั้งหมดรองรับวีลแชร์ และสถานีรถไฟกับจุดเชื่อมต่อรถโดยสารมีเส้นทางแบบ barrier-free
ในเรื่องสภาพอากาศ ข้อมูลจาก Meteorological Service Singapore ระบุว่าอุณหภูมิเฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ที่ 26.8 - 28.6°C และอุณหภูมิสูงสุดรายวันเฉลี่ยอยู่ที่ 30.5 - 32.4°C สภาพอากาศมีความร้อนชื้นใกล้เคียงกับประเทศไทย การจัดโปรแกรมจึงควรเน้นการเที่ยวชมสถานที่ในร่มที่มีเครื่องปรับอากาศ สลับกับการแวะพักดื่มน้ำ และเลือกรถรับส่งปรับอากาศที่สะดวกสบาย
สำหรับรายละเอียดการเดินทาง สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ข้อมูลระบบขนส่งสาธารณะที่เข้าถึงได้ของกระทรวงคมนาคมสิงคโปร์
รูปแบบโปรแกรมเที่ยวผู้สูงอายุที่ตอบโจทย์
การวางแผนเที่ยวสำหรับวัยเกษียณมีความแตกต่างจากทริปของวัยรุ่นอย่างชัดเจน หัวใจสำคัญอยู่ที่การจัดสรรพลังงานและจังหวะของแต่ละวันให้ผ่อนคลาย ไม่เร่งรีบ และสอดคล้องกับสภาพร่างกายของผู้ใหญ่

จัดโปรแกรมหลวมๆ ให้เวลาพักผ่อน เที่ยวชิลๆ ไม่เหนื่อย
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ให้คำแนะนำว่าผู้สูงอายุวัย 65 ปีขึ้นไป ควรมีกิจกรรมแอโรบิกระดับปานกลางสัปดาห์ละ 150 นาที หรือประมาณ 30 นาทีต่อวัน สัปดาห์ละ 5 วัน ควบคู่กับการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและการทรงตัว ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำว่าผู้สูงอายุที่เริ่มทรงตัวลำบากหรือเดินไม่คล่อง ควรฝึกการทรงตัวอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ และให้ทำกิจกรรมตามระดับความสามารถของร่างกาย
โปรแกรมเที่ยวที่ดีจึงไม่ควรจัดตารางแน่นแบบชะโงกทัวร์ แต่ควรลดจำนวนจุดเที่ยวให้เหมาะกับกำลังของผู้เดินทางและเผื่อเวลาพัก มีเวลาให้เดินเล่นช้าๆ แวะนั่งพักในคาเฟ่ หรือกลับมาพักผ่อนที่โรงแรมในช่วงบ่าย นอกจากนี้ CDC ยังแนะนำว่าควรพาผู้สูงอายุเข้าพบแพทย์ล่วงหน้าอย่างน้อย 4 - 6 สัปดาห์ก่อนเดินทาง เพื่อตรวจสุขภาพ รับคำแนะนำเรื่องวัคซีน และเตรียมยาประจำตัวจากบ้านไปให้เพียงพอกับจำนวนวันเดินทาง พร้อมเผื่อไว้อีกเล็กน้อยกรณีเกิดความล่าช้า ขณะเดียวกันคำแนะนำจากหน่วยงานด้านการเดินทางต่างประเทศของสหรัฐฯ (U.S. Department of State) เน้นย้ำให้พกยาในบรรจุภัณฑ์เดิมที่มีฉลากชัดเจน พกเอกสารรับรองจากแพทย์ และบันทึกข้อมูลติดต่อฉุกเฉินติดตัวไว้เสมอ
การจัดจังหวะเวลาทริปให้เหมาะสมเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ ผู้ที่สนใจแนวคิดการจัดตารางสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ แนวทางการออกแบบทริปให้พ่อแม่ตามหลักสุขภาพและการเคลื่อนไหว
เลือกร้านอาหารที่รถเข้าถึงง่าย ให้ผู้ใหญ่เดินไม่เยอะ
เรื่องอาหารการกินเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีผลต่อความสุขในทริป ควรเลือกร้านอาหารที่รถยนต์สามารถเข้าจอดรับส่งได้ถึงหน้าทางเข้า เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุไม่ต้องเดินผ่านซอยแคบหรือขึ้นบันไดชัน
เมนูอาหารควรมีความยืดหยุ่น สามารถเลือกสั่งอาหารรสชาติอ่อน ไม่มันเลี่ยน ไม่เค็มจัด และเป็นอาหารที่เคี้ยวง่าย เหมาะกับสุขภาพของผู้ใหญ่ และควรจัดเวลารับประทานอาหารให้ตรงเวลา เพื่อไม่ให้กระทบต่อรอบการทานยาประจำตัว
หากกำลังวางแผนจัดทริปพิเศษเป็นรางวัลชีวิต สามารถอ่านรายละเอียดการเตรียมตัวได้ที่ ทริปเป็นของขวัญเกษียณให้พ่อแม่ เพื่อให้วันฉลองเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขอย่างแท้จริง
เคล็ดลับเช็คความพร้อมก่อนจองทัวร์พาพ่อแม่เที่ยว
การเตรียมความพร้อมก่อนตัดสินใจเลือกหรือจองโปรแกรมท่องเที่ยว จะช่วยลดปัญหาเฉพาะหน้าและทำให้ทุกคนในครอบครัวเดินทางได้อย่างมั่นใจ โดยมีจุดสำคัญที่ควรตรวจเช็คดังนี้
สำหรับการเดินทางตั้งแต่สนามบินต้นทาง สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ได้กำหนดแนวทางคุ้มครองผู้โดยสารที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 และบางส่วนมีผล 28 สิงหาคม 2568 โดยครอบคลุมถึงผู้สูงอายุ ซึ่งสามารถแจ้งขอบริการวีลแชร์หรืออุปกรณ์ช่วยเหลือในการขึ้นลงเครื่องบินกับสายการบินล่วงหน้าได้
นอกจากนี้ ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยังมีจุดให้บริการยืมวีลแชร์ก่อนเช็คอินอยู่ที่ชั้น 4 ประตู 2 ด้านหน้า Row C เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยยืมได้ไม่เกิน 3 ชั่วโมง เพียงแสดงบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทาง และหลังจากเช็คอินแล้ว ผู้โดยสารที่ใช้วีลแชร์ของสายการบินพร้อมผู้ติดตาม 1 คน ยังสามารถใช้ช่องทาง Fast Track ได้อีกด้วย สามารถเช็คข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริการสิ่งอำนวยความสะดวกและจุดยืมวีลแชร์ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ประเมินระยะเวลาแวะพักในแต่ละวันให้พอดี
ก่อนเลือกโปรแกรมทัวร์ ควรตรวจสอบตารางเวลาของแต่ละวันอย่างละเอียดว่ามีการจัดสรรเวลาแวะชมและเวลาพักผ่อนสมดุลกันหรือไม่ โปรแกรมที่ดีควรมีช่วงเวลาให้ผู้สูงอายุได้นั่งพัก เข้าห้องน้ำ หรือแวะดื่มน้ำในแต่ละจุดอย่างเพียงพอ ไม่ควรมีโปรแกรมที่ต้องเดินต่อเนื่องนานเกินไป และควรจำกัดสถานที่เที่ยวให้เหมาะกับกำลังของผู้เดินทาง เพื่อให้ร่างกายมีเวลาฟื้นฟู
นอกจากนี้ เพื่อความมั่นใจก่อนจองทัวร์ CDC แนะนำให้นำรายละเอียดของแผนการเดินทาง ทั้งเมืองปลายทาง โรงแรมที่พัก ระยะเวลาทริป และกิจกรรมทั้งหมดที่ระบุในโปรแกรม ไปปรึกษาแพทย์ประจำตัวหรือผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเดินทาง เพื่อให้แพทย์ช่วยประเมินความพร้อมของร่างกาย และให้คำแนะนำว่าระยะเวลาแวะพักในแต่ละวันเหมาะสมกับโรคประจำตัวหรือยาที่ใช้อยู่หรือไม่
ตรวจสอบบริการรถรับส่งระหว่างจุดเที่ยว
การเดินทางท่องเที่ยวในแต่ละวันควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีบริการรถรับส่งส่วนตัวที่รับส่งถึงหน้าสถานที่ท่องเที่ยวและร้านอาหารโดยตรง เพื่อช่วยลดระยะทางการเดินเท้าและหลีกเลี่ยงการขึ้นลงบันไดสถานีขนส่งสาธารณะ การมีรถรับส่งประจำกลุ่มตลอดวันยังช่วยให้ผู้สูงอายุได้นั่งพักผ่อนปรับอุณหภูมิในห้องโดยสารปรับอากาศระหว่างเดินทางข้ามจุดเที่ยว และสามารถปรับเวลาเดินทางได้อย่างยืดหยุ่นหากผู้ใหญ่รู้สึกเหนื่อยล้า
รับจัดทัวร์ส่วนตัว ปรับเวลาและเส้นทางยืดหยุ่นได้
สำหรับครอบครัวที่ต้องการความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัว Senior Travel โดย BENS DVA มีบริการจัดทัวร์ดูแลส่วนตัวสำหรับผู้สูงอายุ (Private Care Tour) เป็นกรุ๊ปขนาดเล็ก 2 - 8 คน เฉพาะสมาชิกในบ้านโดยไม่ต้องเดินทางรวมกับผู้อื่น
โปรแกรมการเดินทางได้รับการออกแบบเฉพาะบุคคลแบบ Tailor-Made โดยปรับความเร็วและเส้นทางตามสุขภาพและความต้องการของครอบครัว วางแผนเที่ยวแบบสบายๆ เพียงวันละ 2 - 3 จุด คัดสรรโรงแรมระดับ 4 - 5 ดาวที่มีลิฟต์ หรือตั้งอยู่ใกล้ระบบขนส่ง เพื่อความสะดวกในการพักผ่อน
ตลอดทริปมีทีมงานคนไทยคอยประสานงานและดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมสายด่วนฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง มีรถรับส่งส่วนตัวทุกวัน และคัดเลือกร้านอาหารที่ปรับตามข้อจำกัดด้านสุขภาพ ครอบคลุม 9 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน เวียดนาม สิงคโปร์ ฮ่องกง อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ และฝรั่งเศส

ผู้ที่สนใจวางแผนท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงอายุ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริการ Private Care Tour สำหรับผู้สูงอายุโดย Senior Travel
คำถามที่พบบ่อย
พาผู้สูงอายุเที่ยวต่างประเทศ ควรเลือกประเทศแบบไหนเป็นอันดับแรก?
ควรเลือกจุดหมายที่มีข้อมูลสิ่งอำนวยความสะดวกและเส้นทางรองรับวีลแชร์ให้เช็คล่วงหน้า พร้อมทั้งเลือกสภาพอากาศและรูปแบบการท่องเที่ยวที่เหมาะกับสุขภาพของสมาชิกในครอบครัว เช่น โตเกียวในเดือนเมษายนหรือตุลาคม ซึ่งมีอุณหภูมิเฉลี่ยตามข้อมูล JMA ที่ยกไว้ในบท ไต้หวันที่มีข้อมูลเส้นทางท่องเที่ยวแบบเข้าถึงได้และใช้เวลาบินไม่นาน หรือสิงคโปร์ที่เดินทางสะดวกและสามารถจัดแผนเที่ยวเน้นสถานที่ในร่มปรับอากาศได้
ทริปเที่ยวสำหรับผู้สูงอายุ ควรจัดโปรแกรมกี่สถานที่ต่อวัน?
แนะนำให้จัดโปรแกรมแบบหลวมๆ โดยลดจำนวนจุดเที่ยวให้เหมาะกับกำลังของผู้เดินทาง เพื่อให้มีเวลาเดินเที่ยวอย่างผ่อนคลาย มีเวลาพักผ่อนระหว่างวัน และไม่ทำให้ร่างกายของผู้ใหญ่เหนื่อยล้าจนเกินไป ทั้งนี้ หากเป็นบริการ Private Care Tour ของ Senior Travel จะวางกรอบไว้ที่ 2 - 3 จุดต่อวัน
ถ้าผู้สูงอายุเดินไม่ค่อยไหว สามารถขอความช่วยเหลือที่สนามบินได้อย่างไร?
สามารถประสานงานกับสายการบินล่วงหน้าเพื่อขอรับบริการวีลแชร์ในสนามบินหรืออุปกรณ์ช่วยเหลือในการขึ้นลงอากาศยาน และสำหรับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีจุดให้บริการยืมวีลแชร์ก่อนเช็คอินอยู่ที่ชั้น 4 ประตู 2 ด้านหน้า Row C ตลอด 24 ชั่วโมง
ก่อนพาผู้สูงอายุไปเที่ยวต่างประเทศ ควรเตรียมตัวด้านสุขภาพอย่างไรบ้าง?
ควรพาผู้สูงอายุเข้าพบแพทย์ล่วงหน้าอย่างน้อย 4 - 6 สัปดาห์ เพื่อตรวจสุขภาพ รับคำแนะนำเรื่องวัคซีน จัดเตรียมยาประจำตัวให้เพียงพอตลอดทริปพร้อมเผื่อกรณีล่าช้า และพกเอกสารรับรองจากแพทย์ติดตัวไว้
การเลือกทัวร์ส่วนตัวแบบ Private Care Tour มีข้อดีอย่างไรเมื่อเทียบกับทัวร์ทั่วไป?
ทัวร์ส่วนตัวช่วยให้ครอบครัวสามารถปรับเปลี่ยนตารางเวลาและเส้นทางตามสภาพร่างกายและความชอบของผู้ใหญ่ได้ มีรถรับส่งส่วนตัวทุกวัน และควรเช็คจุดรับส่งกับผู้จัดทริปล่วงหน้าเพื่อประเมินระยะเดินจริง นอกจากนี้ยังมีทีมงานคอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดการเดินทาง