
ออกแบบทริปให้พ่อแม่ CDC แนะนำวัย 65+ ขยับ 30 นาทีต่อวัน ทริปทั่วไปให้เดินมากกว่านั้นหลายเท่า
หลายคนคงเคยเจอภาพนี้ พาพ่อแม่ไปเที่ยวแล้วท่านบอกว่า "เหนื่อย ขอพักตรงนี้ก่อนนะ" หรือบางทีก็ปวดเข่าจนเดินต่อไม่ไหว ทำให้ทริปที่ตั้งใจไว้ว่าจะเป็นความทรงจำดีๆ ของครอบครัวกลับสะดุดไปหมด คำถามที่ตามมาคือ แล้วจะจัดโปรแกรมยังไงให้ผู้ใหญ่เที่ยวสนุก ไม่เหนื่อยเกินไป
ความจริงแล้ว การพาผู้สูงอายุไปเที่ยวไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงแต่เราอาจจะต้องปรับความคาดหวังและจังหวะการเดินทางให้ช้าลงสักนิด คำตอบคือ ต้องเผื่อเวลาพักมากกว่าปกติ เลือกรถที่นั่งสบาย และหลีกเลี่ยงทางลาดชัน บทนี้เราจะมาแชร์หลักการจัดทริปสำหรับครอบครัวที่เดินทางกับผู้สูงวัย พร้อมตัวอย่างทริป 1 วันที่นำไปปรับใช้ได้ทันที รับรองว่าถูกใจทั้งคนจัดและคนเที่ยวแน่นอน
หลักการออกแบบโปรแกรมเที่ยวผู้สูงอายุ เพื่อจัดทริปไม่เหนื่อย
เลือกรถเดินทางและจำกัดเวลานั่งรถไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อรอบ
การเดินทางไกลเป็นเรื่องที่ทำให้ผู้ใหญ่หลายคนรู้สึกล้า ยิ่งถ้าต้องนั่งอยู่ในรถนานๆ อาการปวดหลังหรือปวดเข่าก็จะตามมา ลองถามตัวเองว่า ทริปนี้ต้องนั่งรถนานแค่ไหน? ถ้าเป็นไปได้ แนะนำให้แบ่งช่วงการเดินทางไม่ให้นั่งแช่ในรถเกิน 1-2 ชั่วโมงต่อรอบ แล้วหาจุดพักรถให้ท่านได้ยืดเส้นยืดสาย แวะเข้าห้องน้ำ หรือจิบเครื่องดื่มอุ่นๆ สักแก้ว

การเลือกรถก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรเลือกรถที่เบาะกว้าง นั่งสบาย ขาไม่เบียด และสามารถปรับเอนได้ การที่ท่านได้นั่งในท่าที่ผ่อนคลายจะช่วยลดอาการปวดเมื่อยได้เยอะเลยทีเดียว ยิ่งถ้ามีพื้นที่สำหรับวางของหรือยืดขาได้เต็มที่ ก็จะทำให้การเดินทางราบรื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เลือกสถานที่พื้นเรียบ มีทางลาด และมีจุดนั่งพักตลอดทาง
พอถึงจุดเที่ยว ลองสังเกตทางเดินดูก่อนว่า มีบันไดเยอะไหม? พื้นขรุขระหรือเปล่า? สถานที่เที่ยวที่ดีสำหรับผู้สูงอายุควรเป็นพื้นเรียบ เดินง่าย มีทางลาดรองรับกรณีที่ต้องใช้รถเข็นหรือวีลแชร์ และที่สำคัญคือต้องมีร่มเงากับที่นั่งพักเป็นระยะๆ
ไม่ควรเลือกจุดเที่ยวที่ต้องเดินเท้าต่อเนื่องนานๆ หรือต้องปีนป่าย ถ้าจะให้ดี ควรเลี่ยงสถานที่ที่แดดจัดเกินไปหรือเป็นพื้นที่โล่งแจ้งไม่มีที่หลบแดด การได้เดินชมวิวแบบสบายๆ สลับกับการนั่งพัก จะช่วยให้ท่านมีแรงเที่ยวต่อได้ตลอดทั้งวันโดยไม่รู้สึกหมดพลังไปเสียก่อน
วางตารางมื้ออาหารตรงเวลาและห้องน้ำสะอาดใกล้จุดเที่ยว
เรื่องกินเรื่องใหญ่สำหรับผู้สูงอายุ บางท่านมีข้อจำกัดเรื่องอาหาร หรือต้องทานยาหลังอาหารตรงเวลา การจัดตารางทริปจึงควรล็อคเวลามื้อเที่ยงและมื้อเย็นให้ชัดเจน ไม่ปล่อยให้หิวจนเกินไป เพราะอาจทำให้ท่านรู้สึกอ่อนเพลียหรืออารมณ์ไม่ดีได้ อาหารที่เลือกก็ควรเป็นเมนูที่เคี้ยวง่าย ย่อยง่าย และรสชาติไม่จัดจ้านจนเกินไป
นอกจากนี้ เรื่องห้องน้ำก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่มองข้ามไม่ได้ ต้องเช็คด้วยว่าร้านอาหารหรือสถานที่เที่ยวมีห้องน้ำที่สะอาด เดินเข้าออกสะดวก และไม่ไกลจากจุดที่พัก การเตรียมพร้อมเรื่องเหล่านี้จะช่วยให้ทุกคนในทริปหมดกังวล และโฟกัสกับการพักผ่อนได้อย่างเต็มที่
ตัวอย่างโปรแกรมเที่ยว 1 วัน สำหรับผู้สูงอายุและครอบครัว
ช่วงเช้าเดินทางใกล้ แวะจุดชมวิวที่ไม่ต้องเดินไกล
สมมติว่าเราจัดทริปใกล้กรุงเทพฯ อย่างพระนครศรีอยุธยา เริ่มต้นช่วงเช้าแบบสบายๆ ไม่ต้องรีบตื่นเช้ามาก ไปถึงจุดหมายสัก 9 โมงเช้า แวะชมพระราชวังบางปะอิน ที่นี่บรรยากาศร่มรื่น ทางเดินเรียบง่าย เหมาะกับการพาผู้ใหญ่มาเดินเล่นชิลๆ แต่มีเรื่องสำคัญที่ต้องเตือนกันก่อนคือเรื่องระเบียบการแต่งกาย ทางพระราชวังบางปะอินไม่อนุญาตให้ใส่เสื้อแขนกุด กระโปรงหรือกางเกงขาสั้นเหนือเข่า กางเกงเลกกิ้ง และรองเท้าแตะที่ไม่มีสายรัดส้น แนะนำให้เตรียมเสื้อผ้าที่มิดชิดสุภาพและรองเท้ารัดส้นที่เดินสบายตั้งแต่ก่อนเดินทาง

ถ้าผู้ใหญ่ไม่อยากเดินเยอะ หรือเริ่มรู้สึกเมื่อย ก็สามารถเลือกใช้บริการเสริมที่ช่วยลดการเดินอย่างรถกอล์ฟได้ (แนะนำให้โทรเช็คกับทางสถานที่ก่อนเดินทาง เพื่อความชัวร์ว่ามีให้บริการในวันที่ไป) แค่นี้ก็ได้ชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมและสวนหย่อมแบบไม่ต้องทนปวดเข่าแล้ว
ช่วงบ่ายทำกิจกรรมเบา พักคาเฟ่ริมน้ำ และเดินทางกลับก่อนค่ำ
หลังจากพักกินข้าวเที่ยงตรงเวลาและได้เติมพลังแล้ว ช่วงบ่ายเราไปทำกิจกรรมเบาๆ ที่น่าตื่นตาตื่นใจกันต่อ อย่างการนั่งกระเช้าข้ามแม่น้ำไปไหว้พระที่วัดนิเวศธรรมประวัติ ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ชมความงามของพระอุโบสถสถาปัตยกรรมแบบโกธิกที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร แต่จุดนี้อย่าลืมประเมินก่อนว่า ผู้ใหญ่ในทริปก้าวขึ้นลงกระเช้าข้ามฟากได้สะดวกไหม เพื่อความปลอดภัยและสบายใจของทุกคน
จากนั้นแวะนั่งพักจิบน้ำเย็นๆ ขนมอร่อยๆ ที่คาเฟ่ริมน้ำ ปล่อยให้ลมเย็นๆ พัดผ่านให้หายเหนื่อย พอตกเย็นก็เตรียมตัวเดินทางกลับตั้งแต่ก่อนฟ้ามืด เพื่อเลี่ยงรถติดและให้ท่านได้กลับไปพักผ่อนไวๆ การจัดทริปแบบหลวมๆ ไม่เร่งรีบแบบนี้แหละคือหัวใจสำคัญ
สำหรับใครที่อยากได้ไอเดียเส้นทางเที่ยวหรือโปรแกรมสนุกๆ เพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูได้ที่ โปรแกรมทัวร์ผู้สูงอายุ
เช็คสภาพร่างกายและการเตรียมตัวก่อนเริ่มออกแบบทริป
ประเมินระดับความคล่องตัวของผู้สูงอายุ เดินเองได้หรือใช้วีลแชร์
ก่อนจะลงมือจองที่พัก ซื้อตั๋ว หรือเช่ารถ สิ่งแรกที่ต้องทำคือหันมาประเมินสุขภาพของผู้สูงอายุในทริปกันก่อนว่า ท่านเดินได้คล่องแค่ไหน? เดินเองได้สบายๆ ต้องใช้ไม้เท้าช่วยพยุง หรือต้องพึ่งวีลแชร์ตลอดเวลา

ข้อมูลตรงนี้สำคัญมาก เพราะมันจะช่วยให้เราตัดสินใจเลือกสถานที่เที่ยว ยานพาหนะ และโรงแรมได้ตอบโจทย์ที่สุด ถ้าท่านใช้รถเข็น เราก็จะได้ตัดสถานที่ที่มีแต่บันไดออกไป แล้วเน้นหาที่ที่มีทางลาดและลิฟต์แทน
เตรียมยาประจำตัวและข้อมูลโรงพยาบาลใกล้เคียงเส้นทางเที่ยว
ถ้าผู้สูงอายุมีโรคประจำตัว ควรเตรียมยาให้พอดีกับจำนวนวันเดินทาง และอย่าลืมเผื่อยาสำรองไว้สำหรับกรณีฉุกเฉิน หรือเครื่องบินดีเลย์ด้วย โดยกฎเหล็กคือต้องเก็บยาไว้ในกระเป๋าถือติดตัวเสมอ ห้ามโหลดลงใต้ท้องเครื่องเด็ดขาด
สำหรับทริปต่างประเทศ ควรเผื่อเวลาพาผู้ใหญ่ไปปรึกษาแพทย์ล่วงหน้าสัก 6-8 สัปดาห์ เพื่อเตรียมเอกสารทางการแพทย์หรือฉีดวัคซีนที่จำเป็น และอย่าลืมลิสต์รายชื่อพร้อมเบอร์ติดต่อโรงพยาบาลใกล้เคียงไว้ในแผนการเดินทางด้วย
คุณสามารถอ่านแนวทางเตรียมความพร้อมสำหรับผู้เดินทางสูงวัยเพิ่มเติมได้ที่ คำแนะนำจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ
หากต้องการตัวช่วยสำหรับการเริ่มต้นวางแผน สามารถอ่านคู่มือเพิ่มเติมได้ที่ ออกแบบโปรแกรมเที่ยวผู้สูงอายุ
จัดทริปผู้สูงอายุให้สบายใจทั้งครอบครัวด้วยบริการจาก BENS
ถ้าคุณกำลังมองหาผู้ช่วยที่จะมาดูแลการจัดทริปให้ราบรื่น บริการ Private Care Tour จาก BENS DVA Agency ออกแบบมาเพื่อดูแลผู้สูงอายุและครอบครัวโดยเฉพาะ เป็นการจัดกรุ๊ปทัวร์ส่วนตัวขนาดเล็ก 2-8 คน ซึ่งให้ความเป็นส่วนตัวสุดๆ
โปรแกรมเดินทางถูกจัดแบบสบายๆ เที่ยวแค่วันละ 2-3 จุด มีรถรับส่งส่วนตัวคอยบริการตลอดทริป พร้อมโรงแรมที่พักระดับ 4-5 ดาวที่มีลิฟต์และตั้งอยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวก นอกจากนี้ยังมีทีมงานคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ครอบคลุมเส้นทางยอดฮิตกว่า 9 ประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน หรือโซนยุโรปอย่างอิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ และฝรั่งเศส
สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือให้ทีมงานช่วยวางแผนทริป สามารถติดต่อพูดคุยได้ที่ โทร 065-459-5565 หรือทัก LINE @bens ได้เลย
รายละเอียดเพิ่มเติม: บริการ Private Care Tour
คำถามที่พบบ่อย
พาผู้สูงอายุเที่ยวควรนั่งรถนานแค่ไหน?
ควรจำกัดเวลานั่งรถไม่ให้เกิน 1-2 ชั่วโมงต่อรอบ เพื่อลดอาการล้าและปวดเมื่อย และควรมีจุดแวะพักให้ลงไปยืดเส้นยืดสายหรือเข้าห้องน้ำเป็นระยะ
ผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นหรือวีลแชร์ไปเที่ยวได้ไหม?
ไปได้แน่นอน แค่ต้องเลือกสถานที่เที่ยวที่เป็นพื้นเรียบ มีทางลาดรองรับ และควรโทรเช็คกับทางสถานที่ล่วงหน้าเพื่อความมั่นใจ
ควรจัดตารางเวลาเที่ยวอย่างไรไม่ให้เหนื่อย?
จัดโปรแกรมหลวมๆ เลือกเที่ยวแค่วันละ 2-3 จุดก็พอ เน้นช่วงเช้าเดินชมนิดหน่อย ช่วงบ่ายพักคาเฟ่ และเดินทางกลับก่อนฟ้ามืด
ทริปผู้สูงอายุควรเตรียมตัวเรื่องยาอย่างไร?
ควรเตรียมยาประจำตัวให้พอดีกับจำนวนวันและเผื่อฉุกเฉิน โดยเก็บไว้ในกระเป๋าถือติดตัว และควรมีลิสต์รายชื่อโรงพยาบาลใกล้เส้นทางเที่ยวไว้ด้วย
บริการ Private Care Tour คืออะไร?
เป็นบริการจัดทัวร์ส่วนตัวสำหรับครอบครัว 2-8 คน ออกแบบโปรแกรมให้เหมาะกับผู้สูงอายุ เน้นเที่ยวสบาย มีรถรับส่งส่วนตัว และที่พักสะดวกสบาย