Senior Travel
ภาพปกครอบครัวกำลังตรวจรายการยาและเอกสารก่อนพาพ่อแม่เดินทางต่างประเทศ

จัดยาให้ผู้สูงอายุเที่ยวต่างประเทศ เตรียมเอกสารขึ้นเครื่อง

28 กรกฎาคม 2569 7 นาทีอ่านคู่มือจัดทริปองค์กร

ซองยาของคุณพ่อคุณแม่วางอยู่ข้างพาสปอร์ต ก่อนปิดกระเป๋าก็มีคำถามว่า จัดยาให้ผู้สูงอายุไปเที่ยวต่างประเทศ ต้องเตรียมอะไรบ้าง เริ่มจากเตรียมยาให้พอทั้งทริปและเผื่อความล่าช้า เก็บบรรจุภัณฑ์เดิมพร้อมฉลากและเอกสารแพทย์ แล้วพกยาสำคัญไว้ในกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง บทนี้จะพาไล่ตั้งแต่เรื่องที่ต้องคุยกับแพทย์ การเช็คข้อกำหนดยา ไปจนถึงการเก็บยาระหว่างเดินทาง

จัดยาและพกยาประจำตัวพร้อมยาฉุกเฉินสำหรับผู้สูงอายุไปเที่ยวต่างประเทศ

เริ่มจากหยิบรายการยาที่ใช้อยู่มาเช็คกับแผนเดินทาง จะไปที่ไหน ไปนานแค่ไหน และมีกิจกรรมอะไรบ้าง ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์ประเมินความพร้อมและให้คำแนะนำที่เหมาะกับทริปได้ ส่วนผู้ดูแลก็จะรู้ว่ามีเรื่องใดต้องเตรียมต่อก่อนจัดกระเป๋า

กระเป๋าถือสำหรับผู้สูงวัยพร้อมกล่องยาที่มีฉลาก รายการยา และเอกสารเดินทาง
กระเป๋าถือสำหรับผู้สูงวัยพร้อมกล่องยาที่มีฉลาก รายการยา และเอกสารเดินทาง

ยาโรคประจำตัวและยาสำรองเผื่อเที่ยวบินล่าช้า

ควรนัดพบแพทย์ประจำตัวหรือผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์การเดินทางล่วงหน้า 4 - 6 สัปดาห์ เพื่อประเมินสุขภาพ วัคซีน ยาที่ใช้ และคำแนะนำเฉพาะจุดหมาย ถ้ามีโรคประจำตัว ให้นำรายละเอียดเส้นทางและวิธีเดินทางไปคุยด้วย จะได้วางแผนจากทริปที่จะไปจริง

เตรียมยาตามใบสั่งแพทย์และยาที่ใช้อยู่ให้พอครบทั้งทริป พร้อมเผื่อกรณีเที่ยวบินหรือแผนเดินทางล่าช้า ปริมาณที่พกต้องสอดคล้องกับข้อกำหนดของประเทศที่เดินทางด้วย การเตรียมจากต้นทางให้พอช่วยลดความจำเป็นต้องหาซื้อยาระหว่างทริป โดยให้แพทย์หรือเภสัชกรช่วยเช็คจำนวนตามวิธีใช้ที่ได้รับ

ถ้าต้องข้ามโซนเวลา (Time Zone) หรือเวลามาตรฐานของประเทศและภูมิภาคที่ต่างจากไทย อย่าเพิ่งเปลี่ยนเวลาทานยาตามนาฬิกาปลายทางเอง ให้ถามแพทย์ก่อนว่าต้องรักษาช่วงห่างจากยาครั้งก่อนอย่างไร และใช้ตารางใดในวันเดินทาง ลองนำเวลาออกเดินทางและเวลาถึงปลายทางไปให้ดู แล้วจดคำแนะนำไว้ใช้ร่วมกันทั้งผู้สูงอายุและผู้ดูแล ห้ามปรับขนาดยาหรือตารางยาเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกร

ยาสามัญประจำตัวและยาฉุกเฉินที่ควรพกติดตัว

ชุดยาของแต่ละคนควรจัดตามโรคประจำตัวและจุดหมาย ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรว่าควรพกยาใดเพิ่มเติม พร้อมแจ้งรายการยาที่ใช้อยู่และประวัติแพ้ยา หากมียาสำหรับใช้เมื่อเกิดอาการเฉพาะ ให้ขอคำอธิบายวิธีใช้จากผู้รักษาให้เข้าใจก่อนเดินทาง

พกข้อมูลสุขภาพที่จำเป็นติดตัวไว้ด้วย ทั้งโรคประจำตัว ยาที่ใช้ และภูมิแพ้ ส่วนรายละเอียดชื่อยา ขนาดยา และวิธีใช้ควรเก็บแยกไว้อีกชุด เผื่อต้องสื่อสารกับแพทย์เมื่อเจ็บป่วยหรือยาหายระหว่างทริป ก่อนออกจากบ้านลองอ่านรายการนี้ร่วมกัน ผู้ดูแลจะได้รู้ว่าต้องหยิบข้อมูลส่วนไหนมาใช้โดยไม่ต้องอาศัยความจำของคุณพ่อคุณแม่เพียงอย่างเดียว

เมื่อได้คำแนะนำจากแพทย์แล้ว ค่อยนำมาใช้ประกอบแผนเที่ยวของครอบครัว หากอยากให้มีคนช่วยวางทริป ลองอ่านรายละเอียดบริการวางแพลนก่อนเลือกให้เหมาะกับการเดินทาง

อ่านต่อ: รับวางแพลนเที่ยวผู้สูงอายุ บริการนี้ต่างจากซื้อทัวร์ทั่วไปตรงไหน

บรรจุภัณฑ์เดิม ฉลากยา และเอกสารใบรับรองแพทย์ภาษาอังกฤษ

จัดยาแล้วลองเช็คต่อว่า ฉลากยังอ่านชัดและเอกสารตรงกับยาที่พกหรือไม่ บรรจุภัณฑ์เดิมกับเอกสารแพทย์ช่วยให้ตรวจสอบรายละเอียดได้ ส่วนใบอนุญาตต้องดูตามชนิดยาและข้อกำหนดของแต่ละประเทศแยกกัน

คอลลาจครอบครัว ผู้ประสานงาน และผู้สูงวัยร่วมทบทวนข้อมูลก่อนเดินทาง
คอลลาจครอบครัว ผู้ประสานงาน และผู้สูงวัยร่วมทบทวนข้อมูลก่อนเดินทาง

เอกสารกำกับยาและใบรับรองแพทย์สำหรับยาควบคุมพิเศษ

เก็บยาในบรรจุภัณฑ์เดิมที่มีฉลากชัดเจน โดยฉลากควรมีชื่อผู้เดินทาง ชื่อผู้ให้การรักษา ชื่อสามัญหรือชื่อการค้า และขนาดยา พกสำเนาใบสั่งยาที่มีชื่อสามัญทางยาด้วย หากส่วนไหนอ่านไม่ชัดหรือข้อมูลไม่ครบ ให้สอบถามโรงพยาบาลหรือร้านยาที่จ่ายยาก่อนออกเดินทาง

สำหรับเอกสารจากแพทย์ ให้แยกพิจารณาตามกรณีดังนี้

  • ยาควบคุม/วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท เป็นยาที่มีกฎหมายควบคุมเฉพาะ บางประเทศจำกัดปริมาณหรือกำหนดให้มีใบอนุญาต ควรขอจดหมายจากแพทย์ผู้สั่งยาและเช็คเอกสารตามข้อกำหนดของประเทศนั้น
  • ยาฉีด เช่น อินซูลินหรือ EpiPen ควรขอจดหมายจากผู้สั่งยาเช่นกัน แล้วเช็คเงื่อนไขการนำยาและอุปกรณ์ขึ้นเครื่องกับสายการบิน กรณียาฉีดให้พิจารณาแยกจากการจัดประเภทเป็นยาควบคุม

ใบรับรองแพทย์ภาษาอังกฤษควรระบุโรค ยาที่ใช้ ชื่อสามัญทางยา ขนาดยา ความถี่ วิธีใช้ และความจำเป็นในการใช้ยา พร้อมข้อมูลผู้ป่วย เช่น ชื่อและวันเกิด ขอให้แพทย์ระบุรายละเอียดให้ตรงกับยาที่จะนำไปจริง แล้วเช็คคู่กับใบสั่งยาและฉลากก่อนเก็บเอกสารเข้ากระเป๋า

หากต้องใช้อุปกรณ์พิเศษระหว่างบิน ให้สอบถามสายการบินด้วยว่าต้องมี MEDIF ซึ่งเป็นแบบฟอร์มข้อมูลทางการแพทย์ของสายการบิน หรือใบรับรองแพทย์เพิ่มเติมหรือไม่ เงื่อนไขนี้ขึ้นอยู่กับกรณีของผู้โดยสาร จึงควรแจ้งความจำเป็นที่ต้องใช้ให้ชัดก่อนเดินทาง

ตรวจสอบข้อห้ามนำเข้ายาของประเทศปลายทาง

กฎหมายยาแตกต่างกันในแต่ละประเทศ จึงต้องตรวจข้อกำหนดของสถานทูตหรือหน่วยงานด้านยาของประเทศปลายทางทุกครั้ง ให้ใช้ชื่อสามัญทางยาในเอกสารประกอบการสอบถาม พร้อมแจ้งปริมาณและระยะเวลาที่ต้องใช้ยา อย่าสรุปว่าพกออกจากไทยได้แล้วจะนำเข้าปลายทางได้ด้วย

สำหรับฝั่งไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข หรือ อย.ไทย มีเงื่อนไขตามประเภทและทิศทางการเดินทางดังนี้ คำว่า Schedule ในที่นี้หมายถึงบัญชีประเภทของยาที่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดนั้น

ประเภทและการเดินทางปริมาณตามใบสั่งแพทย์เอกสารที่ต้องเตรียม
ยาเสพติดให้โทษ Schedule II/III สำหรับผู้ป่วยเดินทางเข้า/ออกไทยไม่เกิน 90 วันขอใบอนุญาตจาก อย.ไทย ล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วันก่อนเดินทาง
วัตถุออกฤทธิ์ Schedule II/III/IV สำหรับนำเข้าไทยไม่เกิน 30 วันพกใบรับรองแพทย์หรือใบสั่งแพทย์
วัตถุออกฤทธิ์ Schedule II/III/IV สำหรับนำเข้าไทย31 - 90 วันขอใบอนุญาตจาก อย.ไทย ล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วันก่อนเดินทาง

ตารางนี้เป็นเงื่อนไขของไทยเท่านั้น ส่วนประเทศปลายทางให้ตรวจข้อกำหนดของประเทศนั้นแยกต่างหาก ถ้าไม่แน่ใจว่ายาอยู่ในบัญชีใด ให้สอบถามแพทย์หรือเภสัชกรและหน่วยงานที่รับผิดชอบก่อนยื่นเอกสาร ไม่ควรเดาจากชื่อการค้าหรือลักษณะของยา

การจัดเก็บยาในกระเป๋าถือและการแบ่งยาสำรอง

ตอนจัดกระเป๋า ให้นึกถึงช่วงที่ยังไม่ได้รับกระเป๋าโหลดด้วย ยาที่จำเป็นต้องใช้ควรหยิบได้ระหว่างเดินทาง และควรเช็คเงื่อนไขเฉพาะของยา อุปกรณ์ สนามบิน และสายการบินก่อนเลือกวิธีแพ็ก

คอลลาจกล่องแบ่งยารายวันข้างกระเป๋าเดินทาง จัดยาใส่กระเป๋าถือคู่พาสปอร์ต และซื้อยาสำรองที่ร้านขายยา
คอลลาจกล่องแบ่งยารายวันข้างกระเป๋าเดินทาง จัดยาใส่กระเป๋าถือคู่พาสปอร์ต และซื้อยาสำรองที่ร้านขายยา

พกยาสำคัญขึ้นเครื่องในกระเป๋าถือ

ยาสำคัญและยาที่ต้องใช้ระหว่างเดินทางควรอยู่ในกระเป๋าถือขึ้นเครื่อง (Carry-on) ซึ่งเป็นกระเป๋าที่ผู้โดยสารนำเข้าห้องโดยสาร เผื่อกระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่องสูญหายหรือล่าช้า ส่วนการแบ่งยาสำรองให้สอบถามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องก่อน โดยยังคงบรรจุภัณฑ์และฉลากไว้ให้ตรวจสอบได้

ยาเหลวต้องดูว่าผ่านจุดตรวจของที่ไหน สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ กพท. ระบุกฎทั่วไปสำหรับของเหลว เจล และสเปรย์ว่า ภาชนะต้องไม่เกิน 100 มล. รวมในถุงใสปิดผนึกได้ไม่เกิน 1 ลิตร และผู้โดยสารแต่ละคนใช้ได้ 1 ถุง ถ้าเป็นยาเหลวที่จำเป็น ให้เช็คกฎสนามบินและสายการบินประกอบก่อนเดินทาง

ส่วน TSA ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านความปลอดภัยการขนส่งของสหรัฐฯ อนุญาตของเหลวทางการแพทย์ที่จำเป็นเกิน 100 มล. ในกระเป๋าถือได้โดยต้องผ่านการตรวจ และไม่ต้องใส่ถุงสำหรับของเหลวทั่วไป ข้อนี้เป็นเงื่อนไขของ TSA จึงนำไปใช้แทนกฎของทุกสนามบินไม่ได้ หากมียาเหลวให้แจ้งรายละเอียดและสอบถามวิธีเตรียมรับการตรวจกับสนามบินและสายการบินที่ใช้จริง

การใช้กล่องจัดยารายวันและการคุมอุณหภูมิยา

กล่องรายวันอาจเป็นอุปกรณ์ที่ครอบครัวคุ้นมือ แต่ตอนผ่านด่านอย่าใช้ตลับแทนบรรจุภัณฑ์เดิม ควรเก็บแผง ซอง และฉลากจริงไว้ให้ตรวจสอบ หากต้องการใช้กล่องระหว่างพักที่โรงแรม ให้ถามเภสัชกรก่อนว่ายาที่ใช้อยู่เหมาะกับการแบ่งเก็บแบบใด และยังต้องยึดวิธีใช้ยาที่ได้รับมา

อุณหภูมิที่ร้อนหรือเย็นจัดอาจลดประสิทธิภาพของยาหลายชนิด ให้เช็ควิธีเก็บจากฉลากหรือข้อมูลผู้ผลิต สำหรับยาที่ต้องคุมอุณหภูมิ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเรื่องการเก็บระหว่างเดินทาง และสอบถามสายการบินเรื่องเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องก่อนเตรียมอุปกรณ์

ถ้าทริปนี้ไปดูหิมะ ลองนำเรื่องการเก็บยาไปคุยกับผู้รักษาควบคู่กับแผนเที่ยว ส่วนแนวทางจัดวันเดินทางสำหรับครอบครัวอ่านต่อได้ที่บทฮอกไกโด

อ่านต่อ: ฮอกไกโดหิมะ 6 วันสำหรับผู้สูงวัย ดูหิมะแบบปลอดภัยและอบอุ่นตลอดทริป

พาผู้สูงอายุเที่ยวต่างประเทศ วางจังหวะทริปส่วนตัวกับ BENS

ถ้าอยากให้ช่วยวางทริปครอบครัว BENS มีทริปส่วนตัวสำหรับครอบครัว ไม่รวมกับคนแปลกหน้า และวางจังหวะเที่ยว 2 - 3 จุดต่อวัน ครอบครัวสามารถนำเวลาทานอาหารและคำแนะนำจากแพทย์มาใช้ประกอบการวางตารางพักผ่อนและการดูแลระหว่างทริปได้ โดยให้ผู้รักษาเป็นผู้แนะนำเรื่องยาและเวลาที่เหมาะกับแต่ละคน

คำถามที่พบบ่อย

พกยาประจำตัวของผู้สูงอายุขึ้นเครื่องบิน ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

ควรเตรียมสำเนาใบสั่งยาที่มีชื่อสามัญทางยา และขอใบรับรองแพทย์ภาษาอังกฤษจากแพทย์ประจำตัว โดยเฉพาะกรณีที่ต้องพกยาควบคุม วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท หรือยาในรูปแบบยาฉีด เพื่อใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรและจุดตรวจค้นสนามบิน

ทำไมถึงไม่ควรแกะยาใส่ตลับจัดยารายวันก่อนผ่านด่านศุลกากร?

ตอนผ่านด่านอย่าใช้ตลับแทนบรรจุภัณฑ์เดิม ควรเก็บแผง ซอง และฉลากจริงไว้ให้ตรวจสอบ โดยฉลากควรมีชื่อผู้เดินทาง ชื่อผู้ให้การรักษา ชื่อสามัญหรือชื่อการค้า และขนาดยา

หากเดินทางข้ามโซนเวลา ควรปรับเวลาทานยาให้ผู้สูงอายุอย่างไร?

ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง โดยหลักการทั่วไปให้ยึดช่วงระยะเวลาห่างจากการทานยาครั้งก่อนหน้าเป็นเกณฑ์ ไม่ควรปรับเปลี่ยนเวลาทานยาตามเวลาท้องถิ่นใหม่ทันทีโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์

ยาน้ำหรือของเหลวทางการแพทย์ของผู้สูงอายุ นำขึ้นเครื่องเกิน 100 มล. ได้ไหม?

ต้องเช็คกฎสนามบินและสายการบินที่ใช้จริงก่อน TSA ของสหรัฐฯ อนุญาตของเหลวทางการแพทย์ที่จำเป็นเกิน 100 มล. ในกระเป๋าถือโดยต้องผ่านการตรวจ ส่วนกฎทั่วไปของ กพท. กำหนดให้ภาชนะของเหลวไม่เกิน 100 มล. กรณียาเหลวจำเป็นให้เช็คเงื่อนไขเฉพาะกับสนามบินและสายการบิน จึงสรุปว่าเกิน 100 มล. นำขึ้นเครื่องได้ทุกแห่งไม่ได้

การพกยาควบคุมหรือวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทไปต่างประเทศ มีขั้นตอนอย่างไร?

แยกเช็คข้อกำหนดของไทยกับประเทศปลายทาง สำหรับไทย ยาเสพติดให้โทษ Schedule II/III ที่ผู้ป่วยพกเข้า/ออกไทยไม่เกิน 90 วันตามใบสั่งแพทย์ ต้องขอใบอนุญาตจาก อย.ไทยล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน ส่วนวัตถุออกฤทธิ์ Schedule II/III/IV สำหรับนำเข้าไทยไม่เกิน 30 วันตามใบสั่งแพทย์ ให้พกใบรับรองแพทย์หรือใบสั่งแพทย์ หากเป็น 31 - 90 วัน ต้องขอใบอนุญาตล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน โดย Schedule หมายถึงบัญชีประเภทของยาภายใต้ข้อกำหนดนั้น เงื่อนไขเหล่านี้เป็นของไทยเท่านั้น ประเทศปลายทางต้องตรวจข้อกำหนดแยกต่างหาก

สนใจจัดทริป?

ปรึกษาทีมงานฟรี

สอบถาม / จองแพ็คเกจ
Line: lin.ee/G7k4PEB
LINE QR

สแกน QR หรือคลิกปุ่มด้านล่าง

โทรสอบถามได้ที่
065-459-5565