
ไม้เท้า rollator ขึ้นเครื่องได้ไหม ขั้นตอนพกพาและวิธีโหลดเก็บ
กระเป๋าจัดเสร็จแล้ว แต่ข้างประตูบ้านยังมีไม้เท้ากับ rollator (อุปกรณ์ช่วยเดินแบบมีล้อ) ที่คุณพ่อใช้ประจำ ทำให้ลูกหลานนึกถามว่า ไม้เท้า rollator ขึ้นเครื่องได้ไหม หรือต้องส่งโหลดตั้งแต่เช็คอิน ไม้เท้าและไม้ค้ำยันที่ใช้ช่วยเดินส่วนบุคคลอาจนำเข้าห้องโดยสารได้ ส่วน rollator ที่พับหรือเก็บในห้องโดยสารไม่ได้มักต้องโหลด โดยวิธีรับขนและเงื่อนไขค่าบริการต้องเช็คกับสายการบินที่เลือก บทนี้พาไล่ตั้งแต่การแจ้งอุปกรณ์ ขอวีลแชร์เสริม ไปจนถึงจุดส่งและรับคืน เพื่อให้รู้ว่าต้องถามอะไรให้ครบก่อนออกเดินทาง
ไม้เท้า rollator ขึ้นเครื่องได้ไหม
นำไปด้วยได้ตามเงื่อนไขของสายการบิน แต่คำว่า “ขึ้นเครื่อง” ต้องแยกให้ชัดว่าเอาเข้าห้องโดยสารหรือส่งโหลดใต้ท้องเครื่อง เพราะอุปกรณ์ที่ใช้ช่วยเดินเหมือนกันอาจมีวิธีรับขนต่างกัน ลองเริ่มจากชนิดที่ผู้ใหญ่ใช้จริง แล้วแจ้งให้สายการบินทราบว่าจำเป็นต้องใช้ระหว่างเดินทางอย่างไร

• ไม้เท้าและไม้ค้ำยัน: การบินไทยระบุไว้ในรายการของที่ผู้โดยสารพกติดตัวได้สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องใช้ ส่วน Jetstar ระบุว่าไม้เท้าและไม้ค้ำยันซึ่งเป็นอุปกรณ์ช่วยเหลือสามารถนำเข้าห้องโดยสารได้ เมื่ออยู่บนเครื่องให้จัดเก็บตามคำแนะนำของลูกเรือและข้อกำหนดของสายการบิน
• rollator และโครงช่วยเดิน: Jetstar ระบุว่าแบบที่พับไม่ได้ต้องเช็คอินโหลด ไม่สามารถนำเข้าห้องโดยสารได้ หากอุปกรณ์ของคุณพับได้ ให้ส่งข้อมูลขนาดและวิธีพับไปสอบถามก่อน อย่าเพิ่งสรุปจากการพับได้เพียงอย่างเดียวว่าจะเก็บในห้องโดยสารได้
เรื่องค่าบริการก็ต้องดูเป็นรายสายการบิน เช่น Jetstar รับเช็คอินอุปกรณ์ช่วยเหลือสำหรับใช้ส่วนตัวโดยไม่คิดค่าธรรมเนียมน้ำหนักเกินหรือสัมภาระขนาดใหญ่ ส่วนการบินไทยรับโหลดอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการเคลื่อนที่ส่วนตัวโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด จึงควรแจ้งทั้งชนิด จำนวน และการใช้งานเพื่อขอคำตอบที่ตรงกับอุปกรณ์ของผู้โดยสาร
ก่อนจอง ลองถามให้ชัดว่า “อุปกรณ์นี้เข้าห้องโดยสารได้ไหม ถ้าต้องโหลด ส่งตรงไหน และมีเงื่อนไขค่าบริการอย่างไร?” คำตอบเหล่านี้ช่วยให้ครอบครัววางแผนช่วงที่ผู้ใหญ่ต้องอยู่ห่างจากอุปกรณ์ประจำตัวได้ด้วย
ขั้นตอนพกพาอุปกรณ์เมื่อถึงสนามบิน
เมื่อถึงเคาน์เตอร์เช็คอิน ให้แจ้งว่ามีอุปกรณ์ช่วยเดินและเคยขอความช่วยเหลืออะไรไว้ พร้อมนำข้อมูลอุปกรณ์มาให้เจ้าหน้าที่ดู จากนั้นเช็คจุดส่งอุปกรณ์และจุดรับคืนให้เข้าใจตรงกัน ถ้าต้องส่งโหลดตั้งแต่เคาน์เตอร์ ให้ถามต่อว่าจะมีความช่วยเหลือใดรองรับจนถึงประตูขึ้นเครื่อง

ควรบอกความต้องการของผู้ใหญ่ให้ตรงกับการใช้งานจริง เช่น ยังเดินระยะสั้นได้แต่ต้องมีไม้เท้าพยุง หรือจำเป็นต้องใช้วีลแชร์ในช่วงที่ส่งอุปกรณ์ไปแล้ว การเตรียมคำอธิบายไว้ล่วงหน้าช่วยให้คุยกับเจ้าหน้าที่ได้ตรงเรื่อง โดยไม่ต้องคาดเดาว่าบริการที่ขอจะครอบคลุมอะไรบ้าง
การขอวีลแชร์เสริมจากสายการบิน
ถ้าผู้ใหญ่เดินต่อเนื่องไม่สะดวก ลองคุยกันก่อนว่าอยากขอวีลแชร์เสริมช่วงไหน โดยเฉพาะช่วงที่ต้องส่ง rollator ให้เจ้าหน้าที่แล้ว สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) แนะนำให้แจ้งความประสงค์กับสายการบินล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์หรือศูนย์บริการของสายการบินโดยตรง ไม่ได้กำหนดจำนวนชั่วโมงเดียวให้ใช้กับทุกสายการบิน
ขอบเขตบริการต้องเช็คตามเที่ยวบินและสนามบินด้วย ตัวอย่างเช่น Jetstar ระบุว่าเมื่อขอความช่วยเหลือล่วงหน้า สามารถช่วยจากเคาน์เตอร์เช็คอินไปยังประตูขึ้นเครื่องได้ หากไปขอในวันเดินทาง อาจให้บริการไม่ได้เพราะข้อจำกัดในการปฏิบัติงานและจำนวนผู้โดยสารที่รับช่วยได้ จึงไม่ควรรอไปแจ้งหน้างานแล้วคาดว่าจะมีเจ้าหน้าที่พร้อมเสมอ
ตอนติดต่อ ลองถามเพิ่มว่าต้องไปพบเจ้าหน้าที่ที่ไหน และเมื่อถึงปลายทางต้องติดต่อใคร หากผู้ใหญ่ต้องมีคนในครอบครัวช่วยดูแลระหว่างเดินทาง ก็ควรจัดคนไปด้วยให้พร้อมตามความต้องการของท่าน
อ่านต่อ: บริการวีลแชร์สนามบินทุกสนามบินหลัก ขอยังไง ฟรีไหม และพบกันตรงไหนวิธีโหลดเก็บแบบ Gate Check และจุดรับคืน
Gate Check คือการฝากโหลดที่หน้าเกตหรือหน้าประตูเครื่อง แล้วรับคืนตามจุดที่สายการบินและสนามบินกำหนด หากอยากใช้ rollator ระหว่างอยู่ในสนามบิน ให้สอบถามสายการบินล่วงหน้าว่าอุปกรณ์ชนิดนี้ส่งที่หน้าเกตได้หรือไม่ และใช้งานได้จนถึงจุดใด
ตัวอย่างที่ Jetstar ระบุชัดคือรถเข็นแบบไม่ใช้ไฟฟ้า ซึ่งอาจเช็คอินที่เคาน์เตอร์หรือประตูขึ้นเครื่อง และรับคืนที่หน้าเกตหรือจุดรับสัมภาระ ขึ้นอยู่กับสนามบิน เงื่อนไขนี้จึงต้องถามแยกเมื่อเป็น rollator ส่วนอุปกรณ์ช่วยเคลื่อนที่แบบมีแบตเตอรี่ของ Jetstar ต้องเช็คอินที่เคาน์เตอร์ ไม่ใช่หน้าเกต
ก่อนส่งอุปกรณ์ ลองไล่คำถามเหล่านี้กับเจ้าหน้าที่ให้ครบ:
• ต้องส่งมอบที่เคาน์เตอร์ หน้าเกต หรือจุดใดที่ระบุไว้สำหรับเที่ยวบินนี้
• ที่ปลายทางรับคืนตรงไหน และระหว่างรออุปกรณ์มีความช่วยเหลืออะไรให้ขอได้บ้าง
• หากอุปกรณ์ต้องถอดหรือพับ ใครเป็นผู้จัดการ และต้องเตรียมประกอบกลับอย่างไร
เรื่องประกอบอุปกรณ์ควรถามไว้ด้วย เช่น Jetstar ระบุว่าหากต้องประกอบกลับ ผู้โดยสารหรือผู้ร่วมเดินทางต้องทำเอง เพราะเจ้าหน้าที่ไม่สามารถช่วยประกอบให้ได้ คนที่เดินทางไปด้วยจึงควรทำความคุ้นเคยกับอุปกรณ์ก่อนออกจากบ้าน
ข้อจำกัดของอุปกรณ์ช่วยเดินประเภทอื่น
อุปกรณ์ที่หน้าตาคล้ายกันอาจอยู่ภายใต้เงื่อนไขต่างกัน ตอนแจ้งสายการบินให้บอกว่าเป็นไม้เท้าช่วยเดิน ไม้ค้ำยัน หรือไม้เดินป่า และใช้งานเพื่ออะไร จะได้ไม่ใช้คำตอบของอุปกรณ์ชนิดหนึ่งไปตัดสินอีกชนิดหนึ่ง

ไม้เดินป่าและไม้ค้ำยัน
ไม้ค้ำยัน ที่ผู้โดยสารใช้ช่วยเดินเป็นอุปกรณ์ที่ Jetstar ระบุว่านำเข้าห้องโดยสารได้ และอยู่ในรายการของที่การบินไทยให้ผู้โดยสารซึ่งจำเป็นต้องใช้พกติดตัวได้เช่นกัน ให้เช็ควิธีจัดเก็บกับสายการบินและทำตามคำแนะนำของลูกเรือ
ไม้เดินป่า มีเงื่อนไขแยกออกมา Jetstar ระบุให้ใส่ในสัมภาระโหลด เว้นแต่เข้าเงื่อนไขของสายการบิน โดย Jetstar Airways กำหนดว่าต้องพับได้และมีปลายยาง ส่วน Jetstar Japan กำหนดเพิ่มว่าเมื่อพับแล้วต้องยาวไม่เกิน 60 ซม. และมีข้อยกเว้นสำหรับผู้ที่เคลื่อนไหวไม่สะดวกซึ่งจำเป็นต้องใช้เป็นอุปกรณ์ช่วยเหลือ
ถ้าคุณพ่อคุณแม่ใช้ไม้เดินป่าพยุงเดินอยู่จริง ให้แจ้งลักษณะการใช้งานพร้อมรายละเอียดอุปกรณ์กับสายการบินที่จอง การได้รับคำตอบจากสายการบินหนึ่งไม่ได้ยืนยันว่าจะใช้เงื่อนไขเดียวกันกับอีกสายได้
ไม้เท้าพับได้และเฝือก
ไม้เท้าพับได้ ให้ยึดหลักว่าเป็นอุปกรณ์ช่วยเหลือที่ผู้โดยสารใช้จริง โดยยังต้องผ่านดุลยพินิจของจุดตรวจและข้อกำหนดของสายการบิน ถ้าจำเป็นต้องใช้พยุงเดินตลอด ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ต้นและถามวิธีจัดการอุปกรณ์ระหว่างตรวจค้น อย่าอาศัยเพียงคำว่า “พับได้” เป็นคำยืนยันว่าจะนำเข้าห้องโดยสารได้เสมอ
ผู้โดยสารที่ใส่เฝือก ควรสอบถามสายการบินและแพทย์ผู้ดูแลก่อนเดินทาง เนื่องจากแต่ละสายการบินอาจมีเงื่อนไขต่างกัน ให้เล่าอาการและความต้องการช่วยเหลือของตัวเองแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับคำแนะนำที่ตรงกับกรณีของผู้โดยสาร
กฎของสายการบินที่ควรรู้ก่อนจอง
ใช้ข้อมูลของสายการบินที่จองเป็นหลัก ทั้งเรื่องเวลาที่ต้องแจ้ง ข้อมูลอุปกรณ์ และขอบเขตความช่วยเหลือ หากครอบครัวกำลังเลือกเที่ยวบิน ลองติดต่อเรื่องอุปกรณ์ควบคู่ไปด้วย จะได้รู้เงื่อนไขก่อนตัดสินใจ
• การบินไทย: แนะนำให้แจ้งขอรถเข็นล่วงหน้า 48 ชั่วโมง บริการนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย และผู้โดยสารต้องดูแลตัวเองได้ระหว่างเดินทาง หากนำรถเข็นส่วนตัวไป ให้แจ้งขนาดและน้ำหนักตั้งแต่สำรองที่นั่ง โดยรถเข็นที่หนักเกิน 32 กก. ต้องได้รับอนุญาตจากการบินไทย ส่วนการรับโหลดอุปกรณ์ช่วยเคลื่อนที่ส่วนบุคคลโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายมีเงื่อนไขจำนวน 1 ชิ้นต่อผู้โดยสาร หากมีมากกว่านั้นให้สอบถามวิธีรับขนก่อน
• แอร์เอเชีย: หากนำอุปกรณ์ช่วยเคลื่อนที่แบบมีแบตเตอรี่ไป ให้ติดต่อ AskBo เพื่อเช็คขั้นตอนส่งข้อมูลอุปกรณ์และแบตเตอรี่สำหรับขออนุมัติ โดยควรเผื่อเวลาติดต่อล่วงหน้าอย่างน้อย 48 ชั่วโมงและยืนยันเงื่อนไขอีกครั้ง สำหรับอุปกรณ์ไม่มีแบตเตอรี่ ให้แจ้งว่าเป็นของที่ผู้โดยสารใช้ระหว่างเดินทางและขอยืนยันวิธีรับขนกับค่าบริการ ระยะเวลาแจ้งอุปกรณ์มีแบตเตอรี่ไม่ควรนำไปใช้เป็นกฎกลางของบริการวีลแชร์ทุกประเภท
• Thai Lion Air และ Nok Air: CAAT มีช่องทางให้ไปตรวจรายละเอียดบริการวีลแชร์ของแต่ละสายการบินโดยตรง ให้สอบถามเวลาที่ต้องแจ้ง วิธีส่งข้อมูลอุปกรณ์ และเงื่อนไขสำหรับเส้นทางที่เลือกก่อนจอง
ถ้าใช้อุปกรณ์มีแบตเตอรี่ ให้เตรียมชนิดแบตเตอรี่พร้อมข้อมูลขนาดและน้ำหนักอุปกรณ์ไว้ด้วย เพราะมีเงื่อนไขขออนุมัติและการจัดเตรียมเพื่อขนส่งต่างจากอุปกรณ์ธรรมดา ควรขอคำแนะนำที่ตรงกับรุ่นของตัวเอง ทั้งเรื่องการถอดแบตเตอรี่ การป้องกันลัดวงจร และการป้องกันอุปกรณ์ทำงานโดยไม่ตั้งใจระหว่างขนส่ง
พาผู้ใหญ่เที่ยว จัดการเรื่องวีลแชร์และอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนบิน
ก่อนติดต่อเรื่องเที่ยวบิน เตรียมชนิด ขนาด น้ำหนัก และข้อมูลแบตเตอรี่ของอุปกรณ์ พร้อมบอกว่าผู้ใหญ่ต้องการความช่วยเหลือช่วงใดบ้าง BENS ช่วยรวบรวมข้อมูลอุปกรณ์และประสานคำขอไปยังสายการบินที่เลือก โดยการอนุมัติและขอบเขตบริการเป็นไปตามกฎของสายการบิน ครอบครัวจึงควรเช็คคำตอบเรื่องจุดส่ง จุดรับคืน และความช่วยเหลือที่ยืนยันแล้วก่อนเดินทาง
คำถามที่พบบ่อย
ไม้เท้าช่วยเดินแบบทั่วไปนำขึ้นเครื่องบินได้ไหม?
หากเป็นไม้เท้าที่ผู้โดยสารใช้เป็นอุปกรณ์ช่วยเหลือส่วนบุคคล การบินไทยและ Jetstar ระบุว่านำเข้าห้องโดยสารได้ โดยต้องจัดเก็บตามคำแนะนำของลูกเรือและข้อกำหนดของสายการบินที่เดินทาง
rollator ต้องโหลดเป็นสัมภาระใต้ท้องเครื่องเสมอไปหรือไม่?
ขึ้นกับขนาดอุปกรณ์และกฎของสายการบิน เช่น Jetstar ระบุว่า rollator ที่พับหรือเก็บในห้องโดยสารไม่ได้ต้องเช็คอิน ควรถามสายการบินล่วงหน้าว่าส่งอุปกรณ์ชนิดนี้ที่หน้าเกตได้หรือไม่ และจะรับคืนที่หน้าเกตหรือจุดรับสัมภาระ
สายการบินคิดค่าบริการโหลด rollator หรือวีลแชร์เพิ่มไหม?
เงื่อนไขต่างกันตามสายการบิน การบินไทยรับ mobility aid ที่จำเป็นต่อการเคลื่อนที่ส่วนบุคคลเป็นสัมภาระโหลดโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย 1 ชิ้นต่อผู้โดยสาร ส่วน Jetstar ระบุว่าอุปกรณ์ช่วยเหลือที่ใช้ส่วนตัวเช็คอินได้โดยไม่คิดค่าธรรมเนียมสัมภาระเกินหรือสัมภาระขนาดใหญ่ จึงควรตรวจจำนวนชิ้น น้ำหนัก และเงื่อนไขกับสายการบินที่จองอีกครั้ง
หากต้องการขอรับบริการวีลแชร์ของสนามบิน ต้องแจ้งล่วงหน้านานเท่าไหร่?
CAAT แนะนำให้แจ้งสายการบินล่วงหน้า แต่ไม่ได้กำหนดจำนวนชั่วโมงเป็นกฎกลาง การบินไทยระบุว่าควรแจ้งก่อน 48 ชั่วโมงหรือก่อนวันเดินทาง ส่วนแอร์เอเชียกำหนดอย่างน้อย 48 ชั่วโมงสำหรับอุปกรณ์ช่วยเคลื่อนที่แบบมีแบตเตอรี่ ควรตรวจเวลาที่ใช้กับบริการและเที่ยวบินของตนโดยตรง
ไม้เดินป่าสามารถถือขึ้นห้องโดยสารได้หรือไม่?
ต้องตรวจเงื่อนไขของสายการบินที่จอง เช่น Jetstar ระบุให้ใส่ไม้เดินป่าในสัมภาระโหลด เว้นแต่เข้าเงื่อนไขที่กำหนด โดย Jetstar Airways กำหนดว่าต้องพับได้และมีปลายยาง ส่วน Jetstar Japan เพิ่มเงื่อนไขว่าเมื่อพับแล้วต้องยาวไม่เกิน 60 ซม.