Senior Travel
ภาพปกผู้สูงวัยและลูกหลานตรวจกรมธรรม์ประกันเดินทางก่อนเดินทางต่างประเทศ

ประกันเดินทางอายุ 70 ขึ้นไป เจ้าไหนรับ เบี้ยเท่าไร และเงื่อนไขโรคเดิมที่ต้องอ่าน

26 กรกฎาคม 2569 5 นาทีอ่านคู่มือจัดทริปองค์กร

ประกันเดินทางอายุ 70 ขึ้นไปยังซื้อได้จากหลายบริษัท แต่เกณฑ์อายุสูงสุดและวงเงินของผู้เดินทางวัย 76–80 ปีอาจต่างจากผู้ที่อายุไม่เกิน 75 ปี ตัวอย่างที่ตรวจจากหน้าเจ้าของผลิตภัณฑ์เมื่อ 24 กรกฎาคม 2569 คือ AXA รับอายุ 1–79 ปี ส่วน MSIG และเมืองไทยประกันภัยมีตารางความคุ้มครองสำหรับอายุ 76–80 ปี ขณะที่ Allianz Travel Plus ระบุผู้สมัครอายุไม่เกิน 69 ปี 364 วัน

สิ่งที่ต้องอ่านก่อนราคาไม่ใช่แค่คำว่า “รับอายุ 70+” แต่คือข้อยกเว้นสภาพที่เป็นมาก่อนทำประกัน วงเงินค่ารักษา การเคลื่อนย้ายฉุกเฉิน วิธีสำรองจ่าย และข้อกำหนดการติดต่อศูนย์ช่วยเหลือ เบี้ยจริงต้องขอโดยใช้วันเดือนปีเกิด จุดหมาย จำนวนวัน และแผนเดียวกัน จึงจะเทียบกันได้ตรง

ประกันเดินทางอายุ 70 ขึ้นไป เจ้าไหนรับบ้าง?

ตัวเลือกที่รับวัย 70+ มีจริง แต่แต่ละผลิตภัณฑ์ตัดช่วงอายุไม่เหมือนกัน การเห็นโลโก้บริษัทเดียวกันจึงยังไม่พอ ต้องดูชื่อผลิตภัณฑ์ ประเภทรายเที่ยวหรือรายปี และอายุ ณ วันเริ่มเดินทางในเอกสารล่าสุด

AXA รับถึงอายุ 79 ปี

คำถามที่พบบ่อยของ AXA Smart Traveller’s Choice ระบุว่าผู้ซื้อมีอายุ 1–79 ปี ณ วันที่เริ่มต้นการเดินทาง หน้าเดียวกันอธิบายด้วยว่ากรมธรรม์ไม่คุ้มครองสภาพที่เป็นมาก่อนเอาประกันภัยตามนิยามของผลิตภัณฑ์

หน้าแนะนำผลิตภัณฑ์ประกันเดินทางของ AXA เผยแพร่เบี้ยเริ่มต้น 135 บาท และวงเงินชีวิตกับค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 5,000,000 บาท แต่ตัวเลข “เริ่มต้น” ไม่ใช่ราคาเฉพาะผู้มีอายุ 70 ปีขึ้นไป ผู้ซื้อควรกรอกวันเกิด จุดหมาย ระยะเวลา และแผนที่ต้องการเพื่อดูราคาจริงก่อนตัดสินใจ

MSIG มีช่วงความคุ้มครองอายุ 76–80 ปี

MSIG Travel Easy Plus แสดงผลประโยชน์บางรายการแยกสำหรับผู้เอาประกันภัยอายุ 76–80 ปี และระบุบริการช่วยเหลือด้านการเดินทางและการแพทย์ตลอด 24 ชั่วโมง ข้อนี้ทำให้ผู้เดินทางวัย 70 ปลาย ๆ มีตัวเลือก แต่ยังต้องอ่านวงเงินของช่วงอายุตนเองทีละรายการ เพราะอาจไม่เท่ากับช่วง 15–75 ปี

FAQ ประกันเดินทางของ MSIG ระบุข้อยกเว้นโรคที่เป็นมาก่อน โรคเรื้อรัง โรคทางพันธุกรรม และภาวะแทรกซ้อนจากโรคประจำตัวสำหรับความคุ้มครองค่ารักษาทั่วไป แต่ต้องแยกจากผลประโยชน์เฉพาะของ MSIG Travel Easy Plus: ตารางปัจจุบันข้อ 3.2 ระบุวงเงิน 100,000–150,000 บาทสำหรับการเคลื่อนย้ายเพื่อรักษาพยาบาลฉุกเฉินหรือกลับประเทศไทย และข้อ 4.2 ระบุ 75,000–100,000 บาทสำหรับการส่งศพกลับประเทศ เมื่อบริษัทตรวจพบว่าเหตุเกิดจากสภาพที่เป็นมาก่อนการเอาประกันภัย วงเงินขึ้นกับแผนและไม่ควรนำไปเหมารวมกับผลิตภัณฑ์ MSIG อื่น จึงต้องขอให้บริษัทยืนยันถ้อยคำกรมธรรม์ฉบับที่จะออกให้เป็นลายลักษณ์อักษรก่อนซื้อ

เมืองไทยประกันภัยมีตารางอายุ 76–80 ปี

หน้า Travel Insurance ของเมืองไทยประกันภัย แยกวงเงินสำหรับอายุ 1–75 ปีและ 76–80 ปี ตัวอย่างเช่น ค่ารักษาพยาบาลของแผนที่เผยแพร่มีช่วง 2–5 ล้านบาทสำหรับอายุ 1–75 ปี และ 1.5–3 ล้านบาทสำหรับอายุ 76–80 ปี ขณะที่ผลประโยชน์เคลื่อนย้ายฉุกเฉินหรือส่งกลับประเทศแสดงวงเงิน 30 ล้านบาทในตารางปัจจุบัน

หน้าเดียวกันมีตารางเบี้ยตามพื้นที่ ระยะเวลา และระดับแผน เช่น ทริปเอเชีย 7–8 วันแสดง 238–1,185 บาท และทั่วโลก 7–8 วันแสดง 317–1,389 บาท ตัวเลขเหล่านี้เป็นตารางเผยแพร่บนหน้าเว็บ ไม่ใช่คำยืนยันราคาเฉพาะผู้สูงวัย จึงต้องขอราคาด้วยวันเกิดจริงก่อนชำระ

Allianz Travel Plus ไม่ใช่ตัวเลือกสำหรับผู้เริ่มเดินทางเมื่ออายุครบ 70 ปี

Allianz Ayudhya Travel Plus ระบุคุณสมบัติผู้ซื้ออายุ 1 เดือนถึง 69 ปี 364 วัน ดังนั้นผู้ที่อายุครบ 70 ปี ณ วันเริ่มเดินทางควรตัดผลิตภัณฑ์นี้ออกจากรายการเทียบ เว้นแต่บริษัทจะมีผลิตภัณฑ์อื่นและยืนยันเงื่อนไขใหม่เป็นลายลักษณ์อักษร

ผลิตภัณฑ์ที่ตรวจอายุที่หน้าเจ้าของผลิตภัณฑ์ระบุตัวเลขที่เผยแพร่จุดที่ต้องยืนยันก่อนซื้อ
AXA Smart Traveller’s Choice1–79 ปีเบี้ยเริ่มต้น 135 บาท; วงเงินชีวิตและค่ารักษาสูงสุด 5 ล้านบาทราคาตามอายุจริง แผน รายเที่ยว/รายปี และข้อยกเว้นโรคเดิม
MSIG Travel Easy Plusมีตารางสำหรับ 76–80 ปีวงเงินบางรายการแยกตามช่วงอายุวงเงินค่ารักษาของแผนที่เลือก การสำรองจ่าย และโรคเดิม
เมืองไทยประกันภัย Travel Insuranceมีตารางสำหรับ 76–80 ปีค่ารักษา 1.5–3 ล้านบาทสำหรับช่วง 76–80 ปีในตารางปัจจุบันเบี้ยเฉพาะวันเกิด จุดหมาย จำนวนวัน และวงเงินแต่ละรายการ
Allianz Ayudhya Travel Plus1 เดือน–69 ปี 364 วันค่ารักษาสูงสุด 5 ล้านบาทผู้ที่ครบ 70 ปีไม่เข้าเกณฑ์ผลิตภัณฑ์นี้ตามหน้าปัจจุบัน

ข้อมูลในตารางเป็นภาพ ณ วันที่ตรวจ ไม่ใช่คำแนะนำให้เลือกบริษัทใดบริษัทหนึ่ง เงื่อนไขกรมธรรม์ที่ออกให้ผู้ซื้อจริงเป็นเอกสารชี้ขาด

คอลลาจครอบครัวผู้สูงวัยปรึกษาและตรวจข้อมูลประกันเดินทางร่วมกัน
คอลลาจครอบครัวผู้สูงวัยปรึกษาและตรวจข้อมูลประกันเดินทางร่วมกัน

เบี้ยประกันอายุ 70 ขึ้นไปเท่าไร และทำไมราคาเริ่มต้นใช้ตัดสินไม่ได้?

เบี้ยไม่มีเลขเดียวสำหรับคำว่า “อายุ 70+” เพราะระบบคิดจากอายุ ณ วันเดินทาง ประเทศปลายทาง จำนวนวัน วงเงิน และประเภทแผน ราคาเริ่มต้นบนหน้าเว็บช่วยบอกระดับต่ำสุดของผลิตภัณฑ์ แต่ไม่ควรใช้ตั้งงบให้สมาชิกวัย 70–80 ปีโดยยังไม่กรอกวันเกิด

ขอราคาโดยล็อกตัวแปรเดียวกัน

ถ้าจะเทียบสามบริษัท ให้ใช้วันเกิดเดียวกัน ประเทศเดียวกัน วันเริ่ม–สิ้นสุดเดียวกัน และเลือกวงเงินค่ารักษาใกล้เคียงกัน การเอาแผนเอเชีย 5 วันไปเทียบกับแผนทั่วโลก 10 วันทำให้ตัวเลขดูต่างโดยไม่บอกคุณภาพจริง

สำหรับครอบครัว ขอใบเสนอราคาอย่างน้อยสองระดับวงเงินแล้วดูส่วนต่าง สำหรับ HR ที่มีหลายช่วงอายุ ควรแยกรายชื่อ 70–75 ปีและ 76–80 ปีตั้งแต่ต้น เพราะบางกรมธรรม์ลดวงเงินเมื่อเข้าอายุช่วงหลัง แม้ชื่อแผนเหมือนกัน

งบต้องรวมสิ่งที่อาจต้องจ่ายก่อน

เบี้ยต่ำกว่าไม่ได้แปลว่ากระแสเงินสดวันฉุกเฉินเบากว่า ควรถามว่า OPD ต้องสำรองจ่ายหรือไม่ IPD ในเครือข่ายมีระบบรับรองค่าใช้จ่ายอย่างไร และต้องโทรศูนย์ช่วยเหลือก่อนเข้ารักษาในกรณีใด AXA ระบุว่า OPD ต้องสำรองจ่าย ส่วน IPD ในโรงพยาบาลเครือข่ายสามารถติดต่อสายด่วนเพื่อขอความช่วยเหลือได้ตามเงื่อนไข

คำถามนี้สำคัญกับผู้สูงวัย เพราะค่ารักษาอาจเกิดระหว่างที่ลูกหลานอยู่คนละเมืองหรือ HR ไม่ได้เดินทางไปด้วย ควรเตรียมบัตรเครดิตหรือวงเงินฉุกเฉินและบันทึกหมายเลขกรมธรรม์ไว้กับผู้ประสานงานสองคน

โรคประจำตัวหรือโรคเดิมคุ้มครองหรือไม่?

กรมธรรม์เดินทางทั่วไปจำนวนมากไม่คุ้มครองสภาพที่เป็นมาก่อนเอาประกันภัย การควบคุมโรคได้ดีหรือไม่ต้องนอนโรงพยาบาลก่อนทริปไม่ได้ทำให้ความคุ้มครองเกิดขึ้นเอง ต้องอ่านนิยามและข้อยกเว้นในกรมธรรม์ฉบับที่จะซื้อ

คำว่า pre-existing condition ดูย้อนหลังอย่างไร?

AXA นิยามสภาพที่เป็นมาก่อนเอาประกันภัยว่าโรค อาการ หรือความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายใน 12 เดือนก่อนวันออกเดินทางแต่ละครั้ง และมีนัยสำคัญถึงขั้นแสวงหาหรือควรได้รับการวินิจฉัย ดูแล หรือรักษา นิยามนี้แสดงว่าการพิจารณาไม่ได้ดูเพียงชื่อโรคในช่องประวัติสุขภาพ

สำหรับค่ารักษาทั่วไป FAQ ประกันเดินทางของ MSIG ระบุข้อยกเว้นโรคที่เป็นมาก่อน โรคเรื้อรัง โรคทางพันธุกรรม และภาวะแทรกซ้อนจากโรคประจำตัว อย่างไรก็ดี เฉพาะ ตาราง MSIG Travel Easy Plus ปัจจุบันมีผลประโยชน์จำกัดข้อ 3.2 สำหรับการเคลื่อนย้ายฉุกเฉินหรือกลับประเทศไทยจากสภาพที่เป็นมาก่อน 100,000–150,000 บาท และข้อ 4.2 สำหรับการส่งศพกลับประเทศจากสภาพดังกล่าว 75,000–100,000 บาทตามแผน ข้อนี้ไม่ใช่ความคุ้มครองค่ารักษาโรคเดิมแบบทั่วไปและไม่ควรเหมารวมถึงผลิตภัณฑ์ MSIG อื่น หากผู้เดินทางมีเบาหวาน ความดัน หัวใจ หรือประวัติหลอดเลือด ให้ถามเป็นกรณีเฉพาะและขอให้บริษัทยืนยันถ้อยคำกรมธรรม์ฉบับที่จะออกให้เป็นลายลักษณ์อักษร

อาการใหม่อาจเกี่ยวกับโรคเดิมได้

ตัวอย่างเช่น ผู้เดินทางมีโรคหัวใจอยู่ก่อนแล้วและเจ็บหน้าอกระหว่างทริป บริษัทอาจต้องตรวจเวชระเบียนก่อนพิจารณาว่าเป็นเหตุเฉียบพลันใหม่หรือภาวะแทรกซ้อนของโรคเดิม ผู้เขียนหรือผู้ขายไม่ควรสรุปล่วงหน้าว่าเคลมได้

สิ่งที่ครอบครัวทำได้คือเตรียมรายชื่อโรค ยา การปรับยา การเข้ารักษา และผลตรวจสำคัญให้ครบ ถามบริษัทด้วยสถานการณ์จริง และเก็บอีเมลหรือเอกสารตอบกลับไว้กับกรมธรรม์ หากต้องการคำแนะนำด้านสุขภาพก่อนบิน ให้ปรึกษาแพทย์ผู้รักษาแยกจากคำแนะนำเรื่องประกัน

หนังสือเดินทางและเอกสารประกันเดินทางสำหรับผู้สูงวัยวางบนโต๊ะ
หนังสือเดินทางและเอกสารประกันเดินทางสำหรับผู้สูงวัยวางบนโต๊ะ

ควรเลือกวงเงินค่ารักษาและการเคลื่อนย้ายเท่าไร?

ให้เริ่มจากข้อกำหนดปลายทางและความเสี่ยงที่ครอบครัวรับเองได้ ไม่ใช้เลขเดียวกับทุกประเทศ สำหรับเชงเก้น AXA ระบุว่ากรมธรรม์ต้องมีวงเงินอย่างน้อย 30,000 ยูโรหรือประมาณ 1.5 ล้านบาท และครอบคลุมการรักษา การเคลื่อนย้ายฉุกเฉิน และการส่งกลับ

ดูค่ารักษาแยกจากการเคลื่อนย้าย

วงเงินค่ารักษา 3 ล้านบาทกับวงเงินเคลื่อนย้าย 30 ล้านบาทเป็นคนละผลประโยชน์ ต้องดูว่าค่าแพทย์ โรงพยาบาล รถพยาบาล การส่งกลับไทย และการส่งศพหรืออัฐิอยู่หัวข้อใด มีเพดานย่อยหรือเงื่อนไขให้ศูนย์ช่วยเหลือเป็นผู้จัดการหรือไม่

ผู้เดินทางวัย 76–80 ปีต้องตรวจซ้ำว่าตารางลดวงเงินส่วนใดบ้าง เมืองไทยประกันภัยแสดงค่ารักษาของช่วง 76–80 ปีต่ำกว่าช่วง 1–75 ปีในหลายแผน แต่ยังแสดงวงเงินเคลื่อนย้ายฉุกเฉินแยกต่างหาก การอ่านเฉพาะตัวเลขใหญ่ที่สุดบนหน้าโฆษณาจึงไม่พอ

ตรวจวิธีเข้ารักษาและเอกสารเคลม

ก่อนออกเดินทาง บันทึกหมายเลขศูนย์ช่วยเหลือ วิธีติดต่อจากต่างประเทศ และเงื่อนไขที่ต้องขออนุมัติก่อนรักษา เตรียมสำเนาหนังสือเดินทาง หน้ากรมธรรม์ ตั๋วเดินทาง ใบรับรองแพทย์ ใบเสร็จฉบับจริง และรายการยา

หากซื้อยาเองโดยไม่มีใบสั่งแพทย์ อย่าคาดว่าจะเบิกได้ทุกกรณี AXA ระบุว่าค่ายาที่ซื้อเองโดยไม่มีใบสั่งยาไม่สามารถเรียกร้องค่าสินไหมได้ หลักปฏิบัติที่ปลอดภัยคือขอเอกสารการวินิจฉัย ใบสั่งยา และใบเสร็จแยกรายการทุกครั้ง

ครอบครัวและ HR ต้องเตรียมอะไรเพื่อขอราคา?

เตรียมข้อมูลครบในครั้งเดียวจะช่วยให้เห็นข้อจำกัดก่อนชำระ ไม่ต้องเริ่มจากชื่อบริษัท ให้เริ่มจากรายชื่อผู้เดินทางและเหตุการณ์ที่ต้องการให้กรมธรรม์ช่วยรับความเสี่ยง

Insurance shopping checklist

  • ชื่อ–นามสกุลและวันเดือนปีเกิดตรงหนังสือเดินทาง
  • ประเทศทั้งหมดที่ผ่าน รวมประเทศต่อเครื่องถ้าเงื่อนไขกำหนด
  • วันออกจากไทยและวันกลับถึงไทย
  • ประเภทรายเที่ยวหรือรายปี และจำนวนทริปที่คาดไว้
  • โรคประจำตัว อาการใน 12 เดือน การพบแพทย์ การนอนโรงพยาบาล และการเปลี่ยนยา
  • วงเงินค่ารักษาต่างประเทศ การเคลื่อนย้ายฉุกเฉิน และส่งกลับไทย
  • ขั้นตอน OPD/IPD โรงพยาบาลเครือข่าย และผู้รับผิดชอบเงินสำรอง
  • กิจกรรมพิเศษ เช่น สกี ดำน้ำ เดินเขา หรือขับขี่รถจักรยานยนต์
  • เงื่อนไขยกเลิกหรือเลื่อนทริป และเหตุที่คุ้มครองจริง
  • เอกสารและกำหนดเวลายื่นเคลมหลังกลับไทย

ถ้าเป็นกรุ๊ป ให้แยกรายชื่อที่ต้องตรวจเฉพาะคน

สำหรับครอบครัวหลายรุ่นหรือกรุ๊ปองค์กร อย่าส่งเพียงจำนวนผู้เดินทาง แยกสมาชิกที่อายุ 70–75 ปี, 76–79 ปี และ 80 ปีขึ้นไป พร้อมหมายเหตุสุขภาพที่ผู้เดินทางยินยอมให้ใช้เพื่อขอข้อมูล ทั้งนี้ต้องจำกัดการเข้าถึงข้อมูลสุขภาพเฉพาะผู้เกี่ยวข้อง

หากระบบออนไลน์ซื้อพร้อมกันได้ไม่ครบหรือมีสมาชิกเกินอายุผลิตภัณฑ์ ให้ขอใบเสนอราคาแยก ไม่ควรลดวันเกิดหรือเลือกข้อมูลที่ไม่ตรงเพื่อให้ระบบผ่าน เพราะอาจกระทบการพิจารณาสินไหม

ตารางรายชื่อที่ใช้ขอราคาควรมีคอลัมน์อะไร?

ไฟล์สำหรับขอราคาควรแยก “ข้อมูลที่บริษัทประกันต้องใช้” ออกจาก “ข้อมูลสุขภาพที่ไม่ควรส่งต่อโดยไม่จำเป็น” คอลัมน์พื้นฐานคือ ชื่อภาษาอังกฤษ เลขหนังสือเดินทาง วันเกิด ประเทศปลายทาง วันเริ่มและสิ้นสุด และผู้ติดต่อฉุกเฉิน ส่วนรายละเอียดสุขภาพควรส่งผ่านช่องทางที่ผู้ขายหรือบริษัทกำหนด ไม่แนบไว้ในไฟล์รายชื่อที่ส่งต่อหลายฝ่าย

คอลัมน์ใช้ทำอะไรจุดที่ต้องตรวจ
ชื่อภาษาอังกฤษออกกรมธรรม์ตรงหนังสือเดินทางทุกตัวอักษร
วันเดือนปีเกิดตรวจเกณฑ์อายุและราคาใช้ปี ค.ศ. ให้ชัด ลดความผิดพลาดจาก พ.ศ.
ประเทศและวันเดินทางกำหนดพื้นที่และระยะคุ้มครองรวมทุกประเทศตามคำถามในระบบ
หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อกรณีเอกสารหรือเหตุฉุกเฉินใช้หมายเลขที่เปิดโรมมิงหรือรับข้อความได้
ผู้ติดต่อในไทยประสานเมื่อผู้เดินทางรักษาตัวต้องรู้เลขกรมธรรม์และขั้นตอนโทรศูนย์

หลังออกกรมธรรม์ ให้ตรวจชื่อ วันเกิด เลขหนังสือเดินทาง ประเทศ และวันคุ้มครองอีกครั้ง หากพบข้อผิดพลาดต้องขอแก้ก่อนเริ่มเดินทาง ไม่ควรรอแก้พร้อมเอกสารเคลม

ควรเก็บข้อมูลสุขภาพอย่างไรโดยไม่กระจายเกินจำเป็น?

ข้อมูลโรค ยา และการรักษาเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน ครอบครัวควรตกลงว่าใครเป็นผู้ถือสำเนา ส่วนองค์กรควรให้ผู้เดินทางส่งข้อมูลตรงไปยังผู้รับผิดชอบที่กำหนด ไม่ใช้กลุ่มแชตใหญ่หรือเอกสารที่ทุกคนเปิดได้

ในชุดฉุกเฉินของผู้เดินทาง เก็บเฉพาะสิ่งที่ช่วยให้รักษาได้เร็ว เช่น รายชื่อยา ขนาดยา ประวัติแพ้ยา โรคสำคัญ ชื่อแพทย์ และผู้ติดต่อ ไม่จำเป็นต้องใส่ประวัติการรักษาทุกหน้าไว้ในกระเป๋าที่อาจสูญหาย หากต้องใช้เวชระเบียนเพิ่มเติม ควรเตรียมสำเนาดิจิทัลในพื้นที่ที่เข้าถึงได้อย่างปลอดภัย

ผู้สูงวัยรับความช่วยเหลือเช็กอินที่สนามบินพร้อมเอกสารเดินทาง
ผู้สูงวัยรับความช่วยเหลือเช็กอินที่สนามบินพร้อมเอกสารเดินทาง

ก่อนชำระควรถามบริษัทหรือผู้ขายประกันว่าอะไร?

ถามเป็นลายลักษณ์อักษรโดยผูกกับชื่อแผนและวันเกิดจริง คำตอบว่า “ผู้สูงอายุซื้อได้” ยังไม่พอสำหรับการอนุมัติงบหรือจัดทริปให้พ่อแม่

8 คำถามที่ควรได้คำตอบ

  1. อายุ ณ วันเริ่มเดินทางเข้าเกณฑ์หรือไม่ และถ้าครบรอบวันเกิดระหว่างทริปใช้เกณฑ์ใด
  2. วงเงินค่ารักษาของช่วงอายุนี้เท่าไร มีเพดาน OPD หรือค่าใช้จ่ายย่อยหรือไม่
  3. โรคเดิมนิยามย้อนหลังเท่าไร และอาการใดที่ถูกยกเว้น
  4. ภาวะแทรกซ้อนจากโรคประจำตัวถูกยกเว้นด้วยหรือไม่
  5. การเคลื่อนย้ายหรือส่งกลับต้องให้ศูนย์ช่วยเหลืออนุมัติก่อนหรือไม่
  6. IPD ใช้ระบบรับรองค่าใช้จ่ายได้ที่ใด และ OPD ต้องสำรองจ่ายเท่าไร
  7. ต้องแจ้งเหตุภายในกี่ชั่วโมง และใช้เอกสารอะไร
  8. หากวีซ่าไม่ผ่าน ทริปยกเลิก หรือกลับก่อนกำหนด เหตุใดคุ้มครองและมีเพดานเท่าไร

หลังได้คำตอบ ค่อย อ่านหน้าหลักของหัวข้อนี้ เพื่อจัดเอกสารให้สัมพันธ์กับแผนเดินทาง หากยังเลือกจุดหมายหรือรูปแบบทริปไม่ลงตัว สามารถ ดูโปรแกรมทริปผู้สูงอายุสำหรับองค์กร แล้วใช้วันเดินทางจริงขอราคาอีกครั้ง

คำตอบแบบไหนยังไม่พอสำหรับการตัดสินใจ?

คำว่า “รับผู้สูงอายุ” ยังไม่บอกเพดานอายุ คำว่า “คุ้มครองค่ารักษา” ยังไม่บอกว่าโรคเดิมถูกยกเว้นหรือไม่ และคำว่า “ไม่ต้องสำรองจ่าย” อาจใช้เฉพาะ IPD ในเครือข่ายหรือกรณีที่ศูนย์ช่วยเหลืออนุมัติ ผู้ซื้อควรถามต่อจนได้ชื่อผลประโยชน์ วงเงิน เงื่อนไข และหน้ากรมธรรม์ที่อ้างอิง

หากเจ้าหน้าที่ตอบทางโทรศัพท์ ให้จดวัน เวลา ชื่อผู้ให้ข้อมูล และขอเอกสารยืนยันภายหลัง การบันทึกนี้ไม่ได้เปลี่ยนข้อกำหนดกรมธรรม์ แต่ช่วยลดความคลาดเคลื่อนก่อนชำระ

ตัวอย่างการเลือกแผนของผู้เดินทางแต่ละแบบต่างกันอย่างไร?

การเลือกที่เหมาะไม่ควรเริ่มจากบริษัทเดียวกันสำหรับทุกคน ลองใช้สามสถานการณ์ต่อไปนี้เป็นกรอบถาม ไม่ใช่คำตัดสินทางการแพทย์หรือคำรับรองการเคลม

อายุ 70 ปี ไปญี่ปุ่น 6 วัน และควบคุมความดันได้

ผู้เดินทางอายุ 70 ปีอาจเข้าเกณฑ์อายุของหลายผลิตภัณฑ์ ขั้นแรกคือขอราคาโดยใช้วันเกิดจริง แล้วถามว่าความดันและยาที่ใช้ถูกมองเป็นสภาพที่เป็นมาก่อนอย่างไร หากเกิดเวียนศีรษะหรือเจ็บหน้าอกระหว่างทริป บริษัทใช้เอกสารใดพิจารณาความเกี่ยวข้องกับโรคเดิม

จากนั้นเทียบวงเงินค่ารักษา OPD/IPD การเคลื่อนย้าย และระบบรับรองค่าใช้จ่าย ไม่ควรเลือกด้วยเบี้ยอย่างเดียว ควรพกยาตามแพทย์สั่ง เผื่อความล่าช้าตามความเหมาะสม และเก็บรายชื่อยาเป็นภาษาอังกฤษ

อายุ 77 ปี ไปยุโรปและต้องใช้ไม้เท้า

กรณีนี้ต้องตัดผลิตภัณฑ์ที่อายุไม่เข้าเกณฑ์ออกก่อน แล้วอ่านตารางช่วง 76–80 ปีโดยเฉพาะ ตรวจว่าวงเงินค่ารักษาลดจากช่วงอายุต่ำกว่าหรือไม่ และยังผ่านข้อกำหนดวีซ่าหรือจุดหมายหรือไม่

การใช้ไม้เท้าไม่ใช่โรค แต่สาเหตุที่ต้องใช้และประวัติการรักษาอาจเกี่ยวข้องกับการพิจารณาสินไหม ควรแจ้งข้อเท็จจริงตามคำถามของบริษัท และแยกแผนการช่วยเหลือสนามบินออกจากความคุ้มครองประกัน เพราะบริการรถเข็นหรือผู้ช่วยขึ้นเครื่องต้องประสานสายการบินต่างหาก

กรุ๊ปครอบครัวมีสมาชิกอายุ 68, 74 และ 81 ปี

อย่าบังคับให้ทั้งสามคนอยู่ในผลิตภัณฑ์เดียวถ้าอายุ 81 ปีเกินเกณฑ์ สมาชิก 68 และ 74 ปีอาจซื้อแผนหนึ่งได้ ส่วนสมาชิก 81 ปีต้องหาแผนอื่นหรือประเมินทางเลือกกับผู้ขายที่รับช่วงอายุดังกล่าว การแยกกรมธรรม์ไม่ใช่ปัญหา หากผู้ประสานงานทำตารางหมายเลขกรมธรรม์และสายด่วนไว้ชัด

ถ้าหาแผนที่รับอายุ 81 ปีไม่ได้ ห้ามกรอกอายุไม่ตรงหรือคิดว่าประกันบัตรเครดิตจะคุ้มครองอัตโนมัติ ให้ตรวจเงื่อนไขบัตรและกรมธรรม์จริง แล้วพิจารณาปรับทริป งบฉุกเฉิน และการดูแลหน้างานร่วมกัน

หากเกิดเหตุระหว่างทริปควรทำตามลำดับใด?

ลำดับพื้นฐานคือดูแลความปลอดภัยและเข้ารับการรักษาที่จำเป็น จากนั้นติดต่อศูนย์ช่วยเหลือตามกรมธรรม์โดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะเมื่ออาจต้องนอนโรงพยาบาล เคลื่อนย้าย หรือมีค่าใช้จ่ายสูง ผู้ประสานงานควรบันทึกเลขเคส ชื่อเจ้าหน้าที่ และคำแนะนำที่ได้รับ

ก่อนเข้ารักษาหรือทันทีที่ทำได้

แสดงหน้ากรมธรรม์และหนังสือเดินทาง แจ้งอาการตามจริง และขอให้สถานพยาบาลออกเอกสารที่อ่านได้ หากเป็นเหตุฉุกเฉินไม่ควรชะลอการรักษาเพื่อรอโทรศัพท์ แต่ให้ญาติหรือหัวหน้าทัวร์ติดต่อศูนย์ช่วยเหลือแทนเมื่อทำได้

อย่าเซ็นเอกสารที่ไม่เข้าใจโดยไม่ขอคำอธิบาย และอย่ารับปากค่าใช้จ่ายแทนผู้เดินทางคนอื่นโดยไม่รู้ขอบเขต หากโรงพยาบาลขอมัดจำ ให้ขอหลักฐานทุกครั้ง

ระหว่างรักษาและก่อนออกจากสถานพยาบาล

ขอใบรับรองแพทย์ที่ระบุอาการ การวินิจฉัย การรักษา และวันที่ ขอใบเสร็จและรายการค่าใช้จ่ายแยก รวมทั้งใบสั่งยา ผลตรวจ และเอกสารส่งต่อ เก็บทั้งฉบับจริงและภาพถ่ายสำรอง เพราะบางบริษัทอาจขอเอกสารต้นฉบับ

ถ้ามีการเปลี่ยนแผนเดินทาง เก็บหลักฐานค่าใช้จ่ายใหม่และเอกสารยืนยันการยกเลิกเดิม ไม่สรุปเองว่าค่าโรงแรม ตั๋ว หรือผู้ติดตามจะเบิกได้ ต้องเทียบกับผลประโยชน์และเพดานในกรมธรรม์

หลังกลับประเทศไทย

ตรวจเส้นตายการแจ้งและยื่นเคลมทันที ไม่รอจนจำรายละเอียดไม่ได้ ทำลำดับเหตุการณ์สั้น ๆ พร้อมเลขเคสและรายชื่อเอกสาร หากต้องรักษาต่อเนื่อง ให้ถามว่าต้องเริ่มรักษาในไทยภายในกี่วันและมีเพดานเท่าไร เพราะแต่ละผลิตภัณฑ์กำหนดไม่เหมือนกัน

เก็บสำเนาชุดเคลมทั้งหมดและหลักฐานส่งเอกสาร หากบริษัทขอข้อมูลเพิ่ม ให้ตอบตามข้อเท็จจริงและขอรายการเอกสารที่ยังขาดเป็นลายลักษณ์อักษร

อ่านตารางกรมธรรม์อย่างไรไม่ให้พลาดตัวเลขสำคัญ?

ให้เปิดตารางผลประโยชน์ควบคู่กับข้อยกเว้นและคำจำกัดความ อย่าอ่านเฉพาะหน้าสรุปการขาย เพราะวงเงินสูงสุดของแผนอาจใช้กับบางช่วงอายุหรือบางเหตุการณ์เท่านั้น วิธีที่ใช้ได้จริงคือขีดเส้นใต้ห้าหัวข้อ ได้แก่ ค่ารักษา การเคลื่อนย้าย การยกเลิกทริป ทรัพย์สิน และความรับผิดต่อบุคคลภายนอก แล้วตรวจเพดานกับเงื่อนไขของแต่ละหัวข้อ

จำนวนเงินเอาประกันภัยไม่ใช่วงเงินที่จ่ายทุกเหตุ

ตัวเลข 5 ล้านบาทบนหน้าแนะนำอาจเป็นเพดานของผลประโยชน์หนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าทุกเหตุจะจ่ายถึง 5 ล้านบาท ภายในตารางอาจมีเพดานย่อย เช่น ค่าทันตกรรมฉุกเฉิน การรักษาต่อเนื่องในไทย หรือทรัพย์สินต่อชิ้น ผู้ซื้อควรถามว่า “ตัวเลขนี้อยู่ผลประโยชน์ข้อใด และช่วงอายุของฉันได้เท่าไร”

การจ่ายสินไหมยังขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และข้อยกเว้น ไม่ใช่จ่ายอัตโนมัติเมื่อมีใบเสร็จ ดังนั้นการเลือกระหว่างสองแผนควรดูทั้งวงเงินและโอกาสที่เหตุซึ่งกังวลจะเข้าเงื่อนไข

ค่าเสียหายส่วนแรกทำให้ผู้ซื้อรับภาระบางส่วน

ถ้ากรมธรรม์มีค่าเสียหายส่วนแรก ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบจำนวนที่กำหนดก่อนบริษัทจ่ายส่วนที่เหลือตามเงื่อนไข แผนที่เบี้ยต่ำกว่าแต่มีค่าเสียหายส่วนแรกอาจไม่เหมาะกับคนที่กังวลเหตุเล็กหลายครั้ง

ตรวจด้วยว่าค่าเสียหายส่วนแรกคิด “ต่อเหตุ” “ต่อการเดินทาง” หรือ “ต่อผู้เอาประกันภัย” เพราะผลต่างอาจมากเมื่อซื้อให้หลายคน ถ้าหน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก ให้ยืนยันว่าใช้กับทุกผลประโยชน์หรือเฉพาะแผนที่เลือก

การเคลื่อนย้ายฉุกเฉินไม่ได้แปลว่าเลือกเที่ยวบินกลับเองได้

ผลประโยชน์เคลื่อนย้ายมักผูกกับความจำเป็นทางการแพทย์และการจัดการของศูนย์ช่วยเหลือ การซื้อตั๋วชั้นธุรกิจกลับไทยเองเพราะรู้สึกไม่สบายอาจไม่เข้าเงื่อนไข ผู้เดินทางต้องโทรขอคำแนะนำและเก็บเลขเคสก่อนตัดสินใจค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่เมื่อสถานการณ์อนุญาต

หากแพทย์เห็นว่าต้องมีผู้ติดตามหรืออุปกรณ์เฉพาะ ให้ขอเอกสารระบุเหตุผล และให้ศูนย์ช่วยเหลือยืนยันขอบเขตค่าใช้จ่าย การมีวงเงินสูงช่วยได้เมื่อเหตุเข้าเงื่อนไข แต่ไม่แทนขั้นตอนอนุมัติ

การยกเลิกทริปคุ้มครองเฉพาะเหตุที่ระบุ

คำว่า “คุ้มครองยกเลิกทริป” ไม่ได้ครอบคลุมการเปลี่ยนใจทุกกรณี ต้องอ่านรายชื่อเหตุ เช่น การเจ็บป่วยร้ายแรงของผู้เอาประกันภัยหรือบุคคลที่ระบุ และดูว่าต้องมีใบรับรองแพทย์แบบใด ค่าใช้จ่ายที่เรียกคืนจากสายการบินหรือโรงแรมได้อาจต้องหักออกก่อน

สำหรับผู้สูงวัยที่มีนัดตรวจหรือโรคที่อาจกำเริบ ประเด็นโรคเดิมยังเกี่ยวข้องกับการยกเลิกทริปด้วย ไม่ควรดูเฉพาะความคุ้มครองค่ารักษาระหว่างอยู่ต่างประเทศ

ตารางตัดสินใจตามช่วงอายุควรใช้แบบใด?

ตารางนี้ช่วยจัดลำดับงาน ไม่ใช่การจัดอันดับบริษัท เพราะผู้เดินทางแต่ละคนมีวันเกิด สุขภาพ จุดหมาย และความเสี่ยงต่างกัน

ช่วงอายุ ณ วันเริ่มเดินทางงานแรกงานถัดไปจุดหยุดก่อนจ่าย
70–75 ปีเทียบผลิตภัณฑ์ที่รับอายุและขอราคาอ่านโรคเดิม วงเงิน และการสำรองจ่ายยังไม่มีเอกสารยืนยันชื่อ วันเกิด และวันคุ้มครอง
76–79 ปีเปิดตารางช่วงอายุเฉพาะเทียบวงเงินกับช่วง 1–75 ปีใช้ตัวเลขวงเงินของคนอายุน้อยกว่าโดยไม่ตรวจ
80 ปีหาแผนที่ระบุรับถึง 80 ปีตรวจว่าอายุ 80 รวมวันเริ่มเดินทางหรือไม่หน้าเว็บไม่ชัดว่ารับ “ไม่เกิน” หรือ “ต่ำกว่า” 80 ปี
มากกว่า 80 ปีขอผู้ขายค้นผลิตภัณฑ์เฉพาะและยืนยันเป็นเอกสารวางงบฉุกเฉินและการดูแลหน้างานคู่กันกรอกอายุไม่ตรงหรือซื้อแผนที่ไม่เข้าเกณฑ์

ช่วง 70–75 ปีอย่าคิดว่าวงเงินเท่าคนวัยทำงานเสมอ

แม้บางตารางรวมอายุ 1–75 ปีไว้ด้วยกัน ผลประโยชน์อุบัติเหตุบางรายการอาจแยกเด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงวัยในรายละเอียดอื่น ต้องตรวจทุกหัวข้อที่สำคัญกับทริป ไม่ใช้วงเงินค่ารักษาแทนวงเงินเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ

ถ้าเลือกแผนรายปี ให้ถามอายุสูงสุดตอนเริ่มกรมธรรม์และต่ออายุ รวมถึงจำนวนวันสูงสุดต่อการเดินทางหนึ่งครั้ง แผนรายปีที่ดูสะดวกอาจไม่ครอบคลุมทริปยาวหากเกินจำนวนวันที่กำหนด

ช่วง 76–80 ปีควรทำ comparison sheet หนึ่งหน้า

ใส่ชื่อผลิตภัณฑ์ เบี้ย ค่ารักษา การเคลื่อนย้าย โรคเดิม OPD/IPD และสายด่วนในหนึ่งแถวต่อแผน แล้วแนบลิงก์เอกสารต้นทาง วิธีนี้ทำให้ลูกหลานหรือผู้อนุมัติเห็นว่าความต่างมาจากอะไร ไม่หลงกับชื่อระดับแผน เช่น Basic, Advance, Max, Eco หรือ Perfect ที่เทียบกันตรง ๆ ไม่ได้

ระบุวันที่ตรวจทุกครั้ง เพราะบริษัทอาจปรับราคา แผน หรือเอกสาร การเก็บภาพหน้าจออย่างเดียวไม่พอ ควรดาวน์โหลดกรมธรรม์หรือเงื่อนไขที่ผูกกับรายการซื้อจริงด้วย

อายุเกินเพดานไม่ควรแก้ด้วยการซื้อผิดข้อมูล

หากไม่มีผลิตภัณฑ์ที่รับอายุ อย่าซื้อด้วยวันเกิดของสมาชิกคนอื่นหรือเลือกช่วงอายุไม่ตรง ผลเสียไม่ได้มีเพียงเอกสารผิด แต่เสี่ยงให้กรมธรรม์ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขเมื่อต้องใช้จริง

ทางเลือกคือให้ผู้ขายค้นตลาดเพิ่มเติม ตรวจประกันที่มากับบัตรเครดิตหรือสมาชิกภาพจากเอกสารจริง และวางแผนเงินสำรองกับการดูแลหน้างาน หากยังไม่มีความคุ้มครองที่เหมาะ ควรใช้ข้อมูลนี้ตัดสินใจเรื่องจุดหมาย ระยะทริป และการเดินทางร่วมกับครอบครัว

ประกันจากบัตรเครดิตต้องตรวจเหมือนกรมธรรม์ที่ซื้อเอง

การชำระค่าตั๋วด้วยบัตรไม่ได้แปลว่าผู้ถือบัตรและผู้ร่วมเดินทางทุกคนได้รับความคุ้มครอง ต้องตรวจว่าใครเป็นผู้เอาประกันภัย ต้องชำระค่าเดินทางกี่ส่วนด้วยบัตร อายุสูงสุดเท่าไร และทริปหนึ่งคุ้มครองกี่วัน

ขอเลขกรมธรรม์หรือคู่มือสิทธิประโยชน์ฉบับปัจจุบันจากผู้ออกบัตร แล้วตรวจค่ารักษา การเคลื่อนย้าย โรคเดิม และขั้นตอนแจ้งเหตุ หากสิทธิจากบัตรมีวงเงินต่ำหรือขอบเขตไม่ตรงกับผู้สูงวัย สามารถใช้เป็นความคุ้มครองเสริมได้ แต่ต้องถามวิธีประสานสินไหมเมื่อมีประกันมากกว่าหนึ่งฉบับ

ซื้อรายปีหรือรายเที่ยวเหมาะกว่ากัน?

รายเที่ยวเหมาะเมื่อวันและประเทศชัด ทำให้ผูกเอกสารกับทริปนั้นได้ง่าย รายปีเหมาะกับคนเดินทางหลายครั้ง แต่ต้องดูจำนวนวันสูงสุดต่อทริป พื้นที่คุ้มครอง อายุสมัคร และอายุเมื่อต่ออายุ

อย่าเทียบเบี้ยรวมอย่างเดียว ให้เขียนจำนวนทริปที่คาดไว้และระยะยาวที่สุด แล้วตรวจว่าทุกทริปเข้าเงื่อนไข หากมีทริปหนึ่งยาวเกินเพดานของรายปี อาจต้องซื้อรายเที่ยวเพิ่มหรือเลือกผลิตภัณฑ์อื่น

วันที่ซื้อกับวันที่เริ่มคุ้มครองไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

ความคุ้มครองบางหัวข้อเริ่มตามวันที่ระบุในกรมธรรม์ ขณะที่ผลประโยชน์ยกเลิกทริปอาจผูกกับวันซื้อและเหตุที่เกิดหลังซื้อ ผู้ซื้อควรอ่านช่วงเวลาของแต่ละผลประโยชน์ ไม่คิดว่าการซื้อก่อนขึ้นเครื่องไม่กี่นาทีจะให้ผลเหมือนซื้อหลังจองตั๋ว

หากต้องใช้ประกันยื่นวีซ่า ให้เผื่อเวลาแก้ชื่อ วันเกิด และช่วงคุ้มครอง หลังได้รับเอกสารควรส่งสำเนาให้ผู้เดินทางและผู้ประสานงาน ไม่เก็บไว้ในอีเมลของคนเดียว

ตรวจกรมธรรม์รอบสุดท้ายก่อนออกจากบ้าน

ก่อนวันเดินทางหนึ่งครั้ง เปิดไฟล์กรมธรรม์แล้วเทียบกับหนังสือเดินทางและตั๋วทีละคน ตรวจชื่อ วันเกิด หมายเลขเอกสาร วันที่เริ่ม–สิ้นสุด พื้นที่คุ้มครอง และหมายเลขสายด่วน หากมีการเลื่อนไฟลต์จนวันกลับเปลี่ยน ต้องถามบริษัทว่าต้องแก้วันคุ้มครองหรือไม่

พิมพ์หน้าสรุปไว้ในกระเป๋าถือและเก็บสำเนาในโทรศัพท์ที่เปิดได้โดยไม่ใช้อินเทอร์เน็ต ผู้ร่วมเดินทางอย่างน้อยหนึ่งคนควรรู้รหัสปลดล็อกฉุกเฉินหรือมีสำเนาของตนเอง อย่าเก็บเอกสารทั้งหมดไว้ในกระเป๋าโหลด

สำหรับยาประจำตัว ให้แยกจากเอกสารประกันและพกตามข้อกำหนดของสายการบินกับประเทศปลายทาง กรมธรรม์ช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายตามเงื่อนไข แต่ไม่ทดแทนการเตรียมยา ใบรับรองแพทย์ หรือการวางแผนสุขภาพก่อนเดินทาง

ถ้าเดินทางกับทัวร์หรือรถส่วนตัว ให้ส่งเฉพาะข้อมูลฉุกเฉินที่จำเป็นแก่หัวหน้าทัวร์ ระบุโรงพยาบาลที่ต้องการตามข้อจำกัดของแผน และตกลงว่าใครจะโทรหาครอบครัว ใครจะคุยกับบริษัทประกัน และใครจะดูแลสัมภาระ การแบ่งหน้าที่ล่วงหน้าช่วยให้เหตุจริงไม่ต้องตัดสินใจหลายเรื่องพร้อมกัน

หลังจบทริป แม้ไม่มีเคลม ควรบันทึกว่าขั้นตอนซื้อ เอกสาร และการติดต่อส่วนใดติดขัด ข้อมูลนี้ช่วยให้การซื้อครั้งต่อไปเร็วขึ้น โดยเฉพาะเมื่อผู้เดินทางข้ามช่วงอายุจาก 75 ไป 76 ปี หรือจาก 79 ไป 80 ปี ซึ่งอาจทำให้ตัวเลือกและวงเงินเปลี่ยน

ควรขอราคาใหม่ทุกทริป ไม่ใช้ราคาและเงื่อนไขจากปีที่แล้วแทนเอกสารปัจจุบัน เพราะอายุ จุดหมาย จำนวนวัน และผลิตภัณฑ์อาจเปลี่ยนทั้งหมด

เก็บวันที่ตรวจ ชื่อแผน และไฟล์เงื่อนไขไว้ด้วย เพื่ออ้างอิงได้ตรงฉบับเสมอ เมื่อมีคำถามภายหลัง

สรุปแล้วควรเลือกอย่างไร?

เริ่มจากตัดผลิตภัณฑ์ที่อายุไม่เข้าเกณฑ์ จากนั้นเทียบวงเงินช่วงอายุจริง ข้อความโรคเดิม การสำรองจ่าย และการเคลื่อนย้าย โดยใช้วันเกิด จุดหมาย และจำนวนวันเดียวกัน อย่าให้ราคาเริ่มต้นหรือวงเงินตัวใหญ่บนหน้าเว็บแทนการอ่านตารางกรมธรรม์

ถ้าครอบครัวหรือ HR มีรายชื่อและวันเดินทางแล้ว สามารถ ส่ง Brief ให้ทีมวางแผน ได้ การยืนยันรับประกันภัยและผลเคลมเป็นไปตามบริษัทประกันและกรมธรรม์ที่ออกจริง

คำถามที่พบบ่อย

อายุ 70 ปีซื้อประกันเดินทางได้ไหม?

ได้ หลายผลิตภัณฑ์รับผู้เดินทางอายุ 70 ปีขึ้นไป แต่เพดานต่างกัน ตัวอย่างปัจจุบัน AXA รับถึง 79 ปี ส่วน MSIG และเมืองไทยประกันภัยมีช่วง 76–80 ปีในตาราง ต้องตรวจอายุ ณ วันเริ่มเดินทางทุกครั้ง

อายุ 80 ปีซื้อได้ทุกแผนที่รับผู้สูงอายุหรือไม่?

ไม่ได้ คำว่า “ประกันผู้สูงอายุ” ไม่ระบุเพดานแน่นอน บางผลิตภัณฑ์หยุดที่ 79 ปี บางผลิตภัณฑ์มีช่วง 76–80 ปี และวงเงินอาจลดลง ควรขอเอกสารของชื่อแผนที่จะซื้อ

โรคความดัน เบาหวาน หรือหัวใจคุ้มครองไหม?

อย่าสรุปว่าค่ารักษาโรคเดิมคุ้มครองเพียงเพราะซื้อผ่าน เพราะความคุ้มครองค่ารักษาทั่วไปมักมีข้อยกเว้นสภาพที่เป็นมาก่อนหรือภาวะแทรกซ้อน ส่วน MSIG Travel Easy Plus แยกผลประโยชน์จำกัดไว้เฉพาะข้อ 3.2 การเคลื่อนย้ายฉุกเฉินหรือกลับประเทศไทย 100,000–150,000 บาท และข้อ 4.2 การส่งศพกลับประเทศ 75,000–100,000 บาท เมื่อเหตุเกิดจากสภาพที่เป็นมาก่อน ตัวเลขขึ้นกับแผนและไม่ใช้แทนเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์ MSIG อื่น ต้องอ่านนิยามย้อนหลังและขอให้บริษัทยืนยันถ้อยคำกรมธรรม์ฉบับที่จะออกให้เป็นลายลักษณ์อักษรด้วยประวัติจริง

เบี้ยประกันคนอายุ 70 ขึ้นไปเริ่มเท่าไร?

หน้า AXA เผยแพร่ราคาเริ่มต้น 135 บาท และหน้าเมืองไทยประกันภัยมีตารางตามพื้นที่ จำนวนวัน และแผน แต่ราคาเหล่านี้ไม่ใช่ใบเสนอราคาเฉพาะวัย 70+ ให้กรอกวันเกิด จุดหมาย และวันเดินทางเพื่อเทียบราคาจริง

ควรซื้อประกันเมื่อไร?

ซื้อหลังวันเดินทางชัดและก่อนออกจากประเทศไทยตามกรอบเวลาของผลิตภัณฑ์ อย่ารอถึงสนามบิน หากต้องแก้ชื่อ วันเดินทาง หรือขอเอกสารวีซ่า ควรเผื่อเวลาสำหรับบริษัทออกเอกสารฉบับแก้ไข

สนใจจัดทริป?

ปรึกษาทีมงานฟรี

สอบถาม / จองแพ็คเกจ
Line: @bens
LINE QR

สแกน QR หรือคลิกปุ่มด้านล่าง

โทรสอบถามได้ที่
065-459-5565