Senior Travel
ภาพปกลูกหลานและผู้สูงวัยปรึกษาแพทย์เรื่องใบรับรองความพร้อมก่อนเดินทางทางอากาศ

ใบรับรองแพทย์ Fit to Fly ผู้สูงอายุ เช็คเกณฑ์และขั้นตอนขอ

27 กรกฎาคม 2569 9 นาทีอ่านคู่มือจัดทริปองค์กร

ในแชตครอบครัวมีข้อความเตือนเรื่องใบรับรองแพทย์ส่งมา ทั้งที่คุณพ่อคุณแม่กำลังเลือกที่เที่ยวกันอยู่ จนต้องหยุดถามว่า "ผู้สูงอายุขึ้นเครื่องบิน ต้องขอใบรับรองแพทย์ Fit to Fly ทุกคนจริงไหม?" อายุอย่างเดียวไม่ได้เป็นเหตุบังคับให้ทุกคนต้องมีใบรับรองแพทย์ แต่แม้สุขภาพแข็งแรงก็ต้องเช็คเงื่อนไขของสายการบินที่ใช้จริงและประเทศปลายทางก่อน บทนี้สรุปว่าใครอาจต้องใช้เอกสาร มีภาวะสุขภาพใดที่ต้องให้แพทย์ประเมิน และควรเตรียมเอกสารกับสายการบินอย่างไร

สรุปข้อเท็จจริง ใบรับรองแพทย์ Fit to Fly ผู้สูงอายุ ใครต้องใช้บ้าง

ความกังวลเรื่องการเดินทางทางอากาศของผู้สูงวัยมักเริ่มจากความเข้าใจผิดเกี่ยวกับคำว่า ใบรับรองแพทย์ Fit to Fly ซึ่งหมายถึงใบรับรองแพทย์หรือเอกสารยืนยันความพร้อมทางสุขภาพของผู้โดยสารสำหรับการเดินทางทางอากาศ ตามคำแนะนำของ AOT หรือ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ที่เผยแพร่ผ่านทาง GCC1111 หรือ ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ให้ผู้โดยสารเช็คความพร้อมของตนเองก่อนการเดินทาง โดยกลุ่มที่อาจจำเป็นต้องใช้เอกสารนี้ คือผู้ที่มีโรคประจำตัว หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่เพิ่งผ่านการผ่าตัด และผู้สูงอายุ ซึ่งคำว่าอาจจำเป็นต้องใช้ หมายถึงการพิจารณาตามสภาพร่างกายและความเสี่ยงเป็นรายบุคคล ไม่ได้มีข้อบังคับว่าผู้สูงอายุทุกคนต้องมีเอกสารนี้ติดตัว

คอลลาจคนล้วนแสดงครอบครัวปรึกษาแผนเดินทาง เช็คอินสนามบิน และรับความช่วยเหลือรถเข็น
คอลลาจคนล้วนแสดงครอบครัวปรึกษาแผนเดินทาง เช็คอินสนามบิน และรับความช่วยเหลือรถเข็น

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ CAAT ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลการบินพลเรือนของไทย ให้คำแนะนำว่า อายุเท่าไหร่ก็ไม่มีข้อจำกัดในการเดินทางด้วยเครื่องบิน ผู้สูงอายุสามารถเดินทางทางอากาศได้ตามปกติเหมือนบุคคลทั่วไป เพียงแต่อาจมีความเสี่ยงด้านสุขภาพที่แตกต่างกันไปในแต่ละคน จึงควรประเมินความพร้อมของร่างกายก่อนออกเดินทาง

นอกจากนี้ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย (Anti-Fake News Center Thailand) ได้ออกมาชี้แจงและยืนยันข้อเท็จจริงแล้วว่า ข่าวสารที่ระบุว่าผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป หากเดินทางไปต่างประเทศจะต้องเตรียมใบรับรองแพทย์ รายการยาประจำตัว และประกันสุขภาพ โดยเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม 2568 นั้น เป็นข้อมูลเท็จหรือข่าวปลอม คำชี้แจงนี้หักล้างข่าวบังคับใช้เอกสารเพราะอายุ แต่ไม่ได้ยกเว้นเงื่อนไขเฉพาะของสายการบินหรือประเทศปลายทาง

ผู้สูงอายุสุขภาพแข็งแรงทั่วไป เช็คเงื่อนไขก่อนว่าต้องมีใบรับรองแพทย์หรือไม่

ถ้าคุณพ่อคุณแม่สุขภาพแข็งแรง ดูแลตัวเองได้ และไม่มีอาการผิดปกติ อายุเพียงอย่างเดียวไม่ได้แปลว่าต้องไปขอใบรับรองแพทย์ Fit to Fly ให้ติดต่อสายการบินที่จองไว้และเช็คข้อกำหนดของประเทศปลายทางก่อนว่า ทริปนี้ต้องใช้เอกสารสุขภาพอะไรบ้าง อย่าเพิ่งสรุปจากคำว่า “สุขภาพแข็งแรง” ว่าขึ้นเครื่องได้ทันทีทุกเส้นทาง

ถ้ามีโรคประจำตัวหรือเพิ่งรับการรักษา ลองเตรียมข้อมูลสุขภาพล่าสุดไว้คุยกับแพทย์และสายการบิน จะได้ทราบว่าต้องตรวจประเมินเพิ่มเติมหรือใช้แบบฟอร์มเฉพาะหรือไม่

ขอรถเข็นอย่างเดียวไม่ได้แปลว่าต้องมี Fit to Fly แต่ต้องเช็คเงื่อนไขสายการบิน

ข้อสงสัยยอดฮิตของหลายครอบครัวคือ หากผู้สูงอายุมีอาการปวดเข่า เดินไกลในสนามบินไม่สะดวก และต้องการขอใช้บริการรถเข็น วีลแชร์ (รถเข็นสำหรับช่วยเคลื่อนย้ายผู้โดยสารในสนามบินหรือขึ้นลงอากาศยาน) จะต้องขอใบรับรองแพทย์ Fit to Fly ด้วยหรือไม่

ข้อเท็จจริงจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ระบุว่า การขอใช้บริการรถเข็นวีลแชร์เพื่ออำนวยความสะดวกในสนามบิน เป็นการบริการดูแลอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานที่ผู้โดยสารสามารถแจ้งความประสงค์ต่อสายการบินได้ล่วงหน้า การขอรถเข็นเพื่อช่วยทุ่นแรงในการเดินระยะไกลเพียงอย่างเดียว ไม่ได้แปลว่าต้องมีใบรับรองแพทย์ Fit to Fly เสมอไป ให้แจ้งลักษณะความช่วยเหลือที่ต้องการกับสายการบินก่อน

แต่ถ้าผู้สูงอายุมีความจำเป็นต้องใช้รถเข็นเนื่องจากมีอาการเจ็บป่วย สุขภาพร่างกายยังไม่คงที่ ดูแลตนเองไม่ได้ในกรณีฉุกเฉิน หรือต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ระหว่างอยู่บนเครื่องบิน กรณีเช่นนี้สายการบินอาจจำเป็นต้องขอประเมินความพร้อมทางการแพทย์เพิ่มเติมก่อนการเดินทาง

เกณฑ์จำเป็นทางการแพทย์ที่สายการบินกำหนดให้ต้องมีใบรับรองแพทย์

สิ่งที่ต้องดูต่อจากอายุคือสุขภาพล่าสุด โดยเฉพาะอาการป่วยที่ยังไม่คงที่ การผ่าตัดที่ผ่านมาไม่นาน หรือความจำเป็นต้องใช้ความช่วยเหลือทางการแพทย์ระหว่างบิน แต่ละกรณีอาจต้องส่งข้อมูลให้สายการบินประเมินก่อนจอง

ภาพยาในบรรจุภัณฑ์เดิม รายการยา และเอกสารเดินทางของผู้สูงวัยจัดไว้เป็นหมวดหมู่
ภาพยาในบรรจุภัณฑ์เดิม รายการยา และเอกสารเดินทางของผู้สูงวัยจัดไว้เป็นหมวดหมู่

ผู้มีโรคประจำตัวที่มีความเสี่ยงต่อความกดอากาศ เช่น โรคหัวใจและระบบทางเดินหายใจ

ข้อมูลทางการแพทย์ของสายการบิน เช่น Thai Airways หรือ การบินไทย ระบุไว้ว่า ผู้โดยสารที่มีอาการป่วยซึ่งยังไม่ได้รับการรักษาจนอยู่ในภาวะคงที่ หรือมีภาวะที่อาจทรุดลงระหว่างเที่ยวบิน จำเป็นต้องได้รับการประเมินและอนุมัติทางการแพทย์ (Medical Clearance) ก่อนการสำรองที่นั่งและออกเดินทาง

กลุ่มอาการและโรคประจำตัวที่สายการบินกำหนดให้ต้องพบแพทย์เพื่อประเมินความพร้อมอย่างใกล้ชิด ได้แก่:

• ภาวะเจ็บแน่นหน้าอกที่ยังไม่คงที่ (unstable chest pain)

• ผู้ป่วยที่มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันในระยะเวลาไม่นาน (recent myocardial infarction)

• ภาวะหัวใจวายหรือหัวใจล้มเหลวที่ยังควบคุมอาการไม่ได้ (congestive heart failure หรือ uncontrolled heart failure)

• ภาวะลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอดที่ยังไม่ได้รับการรักษาหรือยังไม่คงที่ (untreated/unstable pneumothorax)

• ภาวะการหายใจล้มเหลวที่ยังควบคุมอาการไม่ได้ (uncontrolled respiratory failure)

• โรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจระยะกำเริบ (active pulmonary infection)

หากผู้สูงอายุมีประวัติหรือมีอาการของโรคในกลุ่มดังกล่าว ให้แพทย์ผู้รักษาประเมินความพร้อมและกรอกข้อมูลที่จำเป็น แล้วส่งให้สายการบินพิจารณาเงื่อนไขการเดินทาง

ผู้เพิ่งผ่านการผ่าตัด หรือมีภาวะที่ต้องใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ระหว่างเที่ยวบิน

อีกหนึ่งกลุ่มที่สายการบินให้ความสำคัญอย่างมากคือ ผู้โดยสารที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดหรือหัตถการทางการแพทย์มาไม่นาน จึงต้องแจ้งประเภทการผ่าตัดและสุขภาพล่าสุดให้แพทย์กับสายการบินทราบ

ตัวอย่างข้อกำหนดทางการแพทย์ของ Bangkok Airways หรือ บางกอกแอร์เวย์ส ได้มีการระบุช่วงเวลาหลังการผ่าตัดที่ต้องมีใบรับรองแพทย์ยืนยันความพร้อม เช่น:

• การผ่าตัดหัวใจ (cardiac surgery) ภายใน 14 วัน

• การผ่าตัดทรวงอก (chest surgery) ภายใน 14 วัน

• การผ่าตัดช่องท้อง (abdominal surgery) ภายใน 10 วัน

• การผ่าตัดทั่วไป (general surgery) ภายใน 7 วัน

• การผ่าตัดผ่านกล้อง (laparoscopic surgery) ภายใน 5 วัน

• หัตถการหรือศัลยกรรมตกแต่ง (plastic/cosmetic surgery) ภายใน 24 ชั่วโมง

นอกจากกรณีการผ่าตัดแล้ว ผู้ที่มีโรคติดต่อ หรือผู้ที่มีภาวะจำเป็นต้องใช้เครื่องมือทางการแพทย์บนเครื่องบิน เช่น ต้องการออกซิเจนสำรองระหว่างบิน หรือการให้สารน้ำทางหลอดเลือด รวมถึงผู้ที่มีภาวะทางสุขภาพที่ไม่สามารถเดินทางทางอากาศได้โดยลำพัง จะต้องติดต่อประสานงานกับสายการบินล่วงหน้าเพื่อเข้าสู่กระบวนการขออนุมัติทางการแพทย์

สำหรับผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวหรือวางแผนเดินทางไกล แนะนำให้ศึกษาข้อมูลความคุ้มครองสุขภาพเพิ่มเติมควบคู่กันได้ที่ อ่านต่อ: ประกันเดินทางอายุ 70 ขึ้นไป เจ้าไหนรับ เบี้ยเท่าไร และเงื่อนไขโรคเดิมที่ต้องอ่าน

ขั้นตอนขอใบรับรองแพทย์และเอกสารที่ต้องเตรียมก่อนเดินทาง

เมื่อตรวจสอบสภาพร่างกายแล้วพบว่าเข้าข่ายที่ต้องมีเอกสารทางการแพทย์ยืนยันก่อนขึ้นเครื่องบิน การวางแผนขอเอกสารและติดต่อสายการบินล่วงหน้าตามขั้นตอนจะช่วยป้องกันปัญหาการถูกปฏิเสธการขึ้นเครื่องได้

ภาพผู้สูงวัยนั่งบนเครื่องบินในท่าปกติพร้อมพื้นที่โดยสารที่เป็นระเบียบ
ภาพผู้สูงวัยนั่งบนเครื่องบินในท่าปกติพร้อมพื้นที่โดยสารที่เป็นระเบียบ

ใบรับรองต้องออกเมื่อไร ให้เช็คกำหนดของสายการบินก่อนนัดแพทย์

ในทางปฏิบัติ แต่ละสายการบินมีข้อกำหนดเรื่องอายุของใบรับรองแพทย์และกำหนดเวลาแจ้งล่วงหน้าที่แตกต่างกันไป จึงไม่มีตัวเลขวันมาตรฐานกลางที่ใช้ได้เหมือนกันทุกสายการบิน

ตัวอย่างข้อกำหนดของสายการบินต่างๆ:

• การบินไทย กำหนดให้ใช้ใบรับรองแพทย์ที่ออกให้ภายใน 7 วันก่อนการเดินทางในบางกรณี เช่น ผู้โดยสารตั้งครรภ์ตามเงื่อนไขของสายการบิน

• AirAsia หรือ แอร์เอเชีย ระบุว่าในบางกลุ่มโรค ผู้โดยสารต้องแสดงใบรับรองแพทย์ที่ออกให้ไม่เกิน 10 วันก่อนวันเดินทาง และต้องลงนามในเอกสารจำกัดความรับผิดชอบ (Limited Liability Statement) ณ เคาน์เตอร์เช็คอิน

• บางกอกแอร์เวย์ส กำหนดให้ผู้โดยสารที่ต้องขออนุมัติทางการแพทย์ ติดต่อศูนย์บริการลูกค้าหรือคอลเซ็นเตอร์ล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนเวลาเครื่องออก

• แอร์เอเชีย ขอให้ผู้โดยสารที่มีข้อจำกัดด้านสุขภาพหรือมีภาวะทางการแพทย์ ติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่านระบบ AskBo ล่วงหน้าอย่างน้อย 48 ชั่วโมงก่อนกำหนดการเดินทาง โดยเฉพาะกรณีที่ต้องพกหรือใช้อุปกรณ์และเข็มฉีดยาบนเครื่องบิน

กรอบ 7 - 10 วันจึงใช้เป็นเพียงเครื่องเตือนให้เช็คกำหนดการล่วงหน้า ไม่ใช่วันนัดตรวจที่ใช้ได้กับทุกคน ก่อนนัดแพทย์ให้ถามสายการบินว่าใบรับรองต้องออกเมื่อไร ต้องส่งให้พิจารณาภายในวันไหน และต้องใช้แบบฟอร์มอะไร จะได้ไม่ขอเอกสารเร็วหรือช้าเกินเงื่อนไข

การเตรียมแบบฟอร์มข้อมูลทางการแพทย์ MEDIF ตามเงื่อนไขของแต่ละสายการบิน

กรณีที่ผู้โดยสารมีภาวะสุขภาพที่ต้องขออนุมัติเป็นกรณีพิเศษ เอกสารที่ใช้จะไม่ใช่เพียงใบรับรองแพทย์แบบกระดาษทั่วไป แต่จะต้องใช้แบบฟอร์มเฉพาะของสายการบินที่เรียกว่า MEDIF (Medical Information Form หรือแบบฟอร์มข้อมูลทางการแพทย์)

ขั้นตอนการเตรียมแบบฟอร์ม MEDIF มีดังนี้:

  1. ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม MEDIF จากเว็บไซต์ของสายการบินที่ต้องการเดินทาง หรือติดต่อขอรับแบบฟอร์มผ่านศูนย์บริการลูกค้าของสายการบิน
  2. นำแบบฟอร์มไปให้แพทย์ผู้ทำการรักษาเป็นผู้ตรวจและกรอกข้อมูลทางการแพทย์อย่างละเอียด พร้อมระบุความจำเป็นของอุปกรณ์พิเศษ เช่น ออกซิเจน รถเข็น หรือเปลพยาบาล
  3. ส่งแบบฟอร์มที่แพทย์ลงนามสมบูรณ์แล้วกลับไปยังฝ่ายการแพทย์ของสายการบินตามช่องทางและระยะเวลาที่กำหนดล่วงหน้า เพื่อให้ทีมแพทย์ของสายการบินพิจารณาอนุมัติการเดินทาง

สายการบินมีสิทธิ์ตามมาตรฐานความปลอดภัยในการพิจารณาอนุมัติ ขอข้อมูลเพิ่มเติม เสนอแนะเงื่อนไขการเดินทาง หรือให้เลื่อนการเดินทาง หากประเมินแล้วว่าสภาพร่างกายของผู้โดยสารยังไม่พร้อมต่อการเดินทางทางอากาศ

พาทีมหรือพาครอบครัวเดินทาง บริการดูแลการเดินทางสำหรับผู้สูงอายุจาก BENS

การวางแผนพาผู้สูงวัยออกเดินทางท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นทริปครอบครัวหรือการจัดทริปท่องเที่ยวแบบหมู่คณะ การเตรียมตัวที่รอบคอบเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ทุกคนเดินทางได้อย่างสบายใจ ครอบครัวควรตรวจเช็ค 3 จุดสำคัญก่อนออกเดินทางเสมอ ได้แก่ สภาพร่างกายและสุขภาพล่าสุดของผู้สูงอายุ ข้อกำหนดทางการแพทย์ของสายการบินที่เลือกเดินทาง และเอกสารจำเป็นของประเทศปลายทาง

หากผู้ร่วมเดินทางมีภาวะที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ไม่สามารถเข้าใจคำแนะนำด้านความปลอดภัยของลูกเรือ ไม่สามารถปลดหรือรัดเข็มขัดนิรภัยได้เอง ไม่สามารถสวมหน้ากากออกซิเจนเองได้ หรือไม่สามารถเคลื่อนตัวไปยังทางออกฉุกเฉินได้เองอย่างเหมาะสม สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ระบุว่าอาจจำเป็นต้องมีผู้ช่วยเดินทางด้วย ให้เช็คเงื่อนไขกับสายการบินที่ใช้จริงก่อนเดินทาง

สำหรับครอบครัวหรือองค์กรที่ต้องการความสะดวกสบายในการจัดทริปท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงวัย สามารถสอบถาม BENS เรื่องเส้นทาง จังหวะการเดินทาง และความช่วยเหลือที่ต้องการ พร้อมดูข้อมูลเรื่อง บริการวีซ่าและประกันเดินทาง

เลือกดูทริปหรือสอบถามการจัดเดินทางเพิ่มเติมได้ตามช่องทางนี้

• โปรแกรมทัวร์ผู้สูงอายุ

• ติดต่อเรา

คำถามที่พบบ่อย

ผู้สูงอายุทุกคนต้องขอใบรับรองแพทย์ Fit to Fly ก่อนขึ้นเครื่องบินไหม?

อายุอย่างเดียวไม่ได้แปลว่าต้องมีใบรับรองแพทย์ Fit to Fly แม้สุขภาพแข็งแรงก็ให้เช็คเงื่อนไขของสายการบินที่ใช้จริงและประเทศปลายทางก่อน หากมีโรคประจำตัว เพิ่งผ่าตัด หรือมีภาวะสุขภาพที่อาจกระทบการเดินทาง ให้แจ้งสายการบินเพื่อเช็คว่าต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง

ขอรถเข็นวีลแชร์ที่สนามบิน ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ Fit to Fly หรือไม่?

การขอใช้บริการรถเข็นวีลแชร์ช่วยเหลือในสนามบินเพียงอย่างเดียว ไม่จำเป็นต้องใช้ใบรับรองแพทย์ Fit to Fly เพียงแจ้งความต้องการล่วงหน้ากับสายการบิน แต่หากผู้โดยสารมีภาวะป่วยรุนแรงหรือช่วยเหลือตนเองไม่ได้ สายการบินอาจขอประเมินสุขภาพเพิ่มเติม

ใบรับรองแพทย์ Fit to Fly ต้องขอล่วงหน้ากี่วันก่อนเดินทาง?

ไม่มีจำนวนวันกลาง ต้องถามสายการบินก่อนนัดแพทย์ว่าใบรับรองต้องออกเมื่อไร ส่งภายในวันไหน และใช้แบบฟอร์มใด ตัวอย่างเช่น การบินไทยใช้ใบรับรองที่ออกภายใน 7 วันก่อนเดินทางในบางกรณี เช่น ผู้โดยสารตั้งครรภ์ตามเงื่อนไขของสายการบิน ส่วนแอร์เอเชียกำหนดไม่เกิน 10 วันก่อนเดินทางสำหรับบางกลุ่มโรค ตัวเลขเหล่านี้จึงใช้เป็นวันนัดตรวจสำหรับทุกคนไม่ได้

แบบฟอร์ม MEDIF คืออะไร และใครเป็นคนกรอก?

MEDIF (Medical Information Form) คือแบบฟอร์มข้อมูลทางการแพทย์ที่ใช้สำหรับผู้โดยสารที่ต้องขอความเห็นชอบทางการแพทย์ก่อนขึ้นเครื่อง โดยต้องให้แพทย์ผู้ทำการรักษาเป็นผู้กรอกรายละเอียดอาการและความต้องการอุปกรณ์พิเศษ เพื่อส่งให้สายการบินประเมิน

หากเพิ่งผ่าตัดมา ต้องเว้นระยะเวลากี่วันถึงจะขึ้นเครื่องบินได้?

ต้องให้แพทย์และสายการบินประเมินว่าบินได้เมื่อไร ตัวอย่างข้อกำหนดของบางกอกแอร์เวย์ส หากเดินทางภายใน 7 วันหลังผ่าตัดทั่วไป ภายใน 10 วันหลังผ่าตัดช่องท้อง หรือภายใน 14 วันหลังผ่าตัดทรวงอกหรือหัวใจ ต้องมีใบรับรองแพทย์ยืนยันความพร้อม ตัวเลขนี้ระบุช่วงที่ต้องใช้เอกสาร ไม่ใช่ระยะรอที่นับครบแล้วบินได้ทันที

สนใจจัดทริป?

ปรึกษาทีมงานฟรี

สอบถาม / จองแพ็คเกจ
Line: lin.ee/G7k4PEB
LINE QR

สแกน QR หรือคลิกปุ่มด้านล่าง

โทรสอบถามได้ที่
065-459-5565